Rainforrest Challenge Grand Final 2017 การผจญภัยในป่าฝนหฤโหดของแดนเสือเหลือง

0 8,089

รัฐปะหัง (Pahang) ประเทศมาเลเซีย ร่วมกับ ลูอิส เจ.เอ.วี (Luis J.A.Wee), การท่องเที่ยวรัฐปะหัง น้ำดื่มแอโน น้ำมันเครื่องเพทรอน, แมกซิส, คัมอัพวิ้นช์, เอ็กซ์โพลเรอร์, โรงแรมลีแอพเปิ้ลบูติก, สวิส-การ์เด็นบีชรีสอร์ท, อันคาซ่า โรเยล โรงแรม & รีสอร์ท จัดการแข่งขันรถยนต์ออฟโรดนานาชาติหฤโหด  RFC ครั้งที่ 21 “RFC 2017 Grand Final “ ระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน–4 ธันวาคม 2016 ในบริเวณเนินเขาชานเมืองบาล็อค เหมืองเก่าริมฝั่งแม่น้ำสุไหงเล็มบิง ภูเขาป่าดงดิบเจแรมบูเลาะ ภูเขาป่าดงดิบฮูรูพูคิน ภายในเขตพื้นที่เซลานชาร์ ดัวเมืองรอมปิน รัฐปะหัง ซึ่งปีนี้มีฝนฤดูมรสุมมาเร็วกว่าทุกปี ทำให้เส้นทางที่ใช้เดินทางและแข่งขันมีฝนตกแทบทุกวัน โดยเฉพาะในป่าดงดิบแดนสนธยา เต็มไปด้วยโคลนเลนโหด

ปีนี้มีนักแข่งเดินทางเข้ามาร่วมลงบู๊กันจำนวนทั้งหมด 40 ทีม รวม 11 ชาติ ได้แก่ รัสเซีย, เอกวาดอร์, โคลอมเบีย, ศรีลังกา, เวียดนาม, จีน, ฮ่องกง, อินเดีย, ฟิลิปปินส์, บรูไนและมาเลเซีย รวมทั้งผู้สื่อข่าวอีก 13 ชาติ ได้แก่ รัสเซีย, อิตาลี, โปแลนด์, เชครีพับลิค,ฮังการี, จอร์เจียม, เบรารุส, บัลกาเรีย, เอกวาดอร์, ไทย, อินเดีย, อินโดนีเซีย และมาเลเซีย หลังวันที่ 23 พ.ย. เมื่อมีการลงทะเบียนนักแข่ง ผู้สื่อข่าวและผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด บริเวณชานเมืองกัวลาลัมเปอร์ในศูนย์การค้า USJ1 Subang Jaya พร้อมทั้งตรวจสภาพรถยนต์ที่ลงแข่งขันและร่วมเดินทางติดตามในการแข่งขันในป่า

จนวันที่ 24 พ.ย. ที่สวนสาธารณะ ทาซิก ทิทีวังสะ เมืองกัวลาลัมเปอร์ ได้รับเกียรติจากผู้อำนวยการการศิลปะ, การท่องเที่ยวและกีฬา วัฒนธรรมบาซิรอน ทำพิธีตีธงปล่อยตัวผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด ออกเดินทางไปแข่งขันที่เมืองกวนตัน อยู่ทางด้านริมทะเลฝั่งตะวันออกของมาเลเซีย ห่างจากกัวลาลัมเปอร์ไปประมาณ 300 ก.ม.กว่าๆ จากนั้นในวันที่ 25–26 พ.ย. จึงทำการแข่งขันในสนาม Prologue บริเวณพื้นที่บาล็อคใกล้ๆ ตัว เมืองกวนตัน ทั้งหมด 6SS ส่วน SS3–SS8 แข่งขันกันที่เนินเขาเหมืองหินขุด โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ทางขึ้นผาสูงชันยาวเกือบ 90 องศาใน SS7 อันตรายสุดขีด ต้องใช้วินช์ดึงหิ้วรถยนต์ทั้งคันขึ้นผ่านหน้าผาดินแข็ง ส่วนใน SS1–SS2 แยกออกจากเนินเขาไปแข่งบู๊ริมทะเล โดย SS1 รถยนต์แข่งขันวิ่งสลาลมบนชายหาดทรายยาวประมาณ 4 ก.ม. SS2 ข้ามน้ำลึกสั้นๆ ติดชายหาดทะเลจีนใต้ ซึ่งสองวันแรกมีฝนตกลงมาหนักมาก และมีรถพลาดพลิกตีลังกาจำนวนสามคันใน SS1, SS5 และ SS7

หลังแข่งขันเสร็จสิ้นช่วงบ่ายวันที่ 26 พ.ย. ขบวนทั้งหมดก็คอนวอยเดินทางเข้าป่าไปตั้งแคมป์ที่แดนนักล่ามหาภัย (Predator) ริมฝั่งแม่น้ำสุไหงเล็มบิง ทำการบู๊แข่งขันกลางคืนไนท์ SS อีก 4SSใน SS9–SS12 ส่วนวันที่ 27 พ.ย. แข่งขันกันต่อใน SS13–SS18 แต่วันนี้เกิดอุปสรรคใหญ่ทั้งนักแข่งและนักข่าว ต้องเจอกับสภาพอากาศฝนจากฤดูมรสุมตกหนักแทบตลอดวัน นักข่าวส่วนใหญ่กล้องมีปัญหาเลนส์กล้องมีไอน้ำคล้ายหมอกมาจับตัวช่วงฝนตก ทำให้ถ่ายรูปแทบไม่ได้ เส้นทางบางช่วง SS ระหว่าง 16– SS17 มีน้ำป่าเกิดขึ้นสูงอย่างรวดเร็วจนรถยนต์ผ่านไป-มาไม่ได้ และการลงแข่งขันใน SS17 ต้องลุยฝ่าลำธารลึกถึงฝากระโปรงเป็นน้ำป่าไหลลงจากภูเขาสีออกเหลืองแดง ไหลเชี่ยวแรงเกรี้ยวกราด ตลอดคืนนี้ทุกคนที่นอนค้างแรมอยู่ตามแนวริมฝั่งแม่น้ำ เตรียมพร้อมตลอดเวลา คอยระวังดูน้ำป่า  หากมีระดับน้ำมามากขึ้นเรื่อยๆ จะต้องรีบพากันหนีไปอยู่ในที่สูงๆทันที

วันที่ 28 พ.ย. การแข่งขันได้บู๊กันต่อในSS13 –SS18 จนกระทั่งถึงเวลาบ่าย คอนวอยได้ออกเดินทางไปอีกประมาณ 50 ก.ม. ไปค้างแรมในป่าดงดิบแดนคนเหล็ก (Terminator) ที่เจแรมบูเลาะ (Jeram Buloh) ติดกับบริเวณน้ำตกสวยงามขนาดเล็ก ครั้นวันที่ 29 พ.ย. แข่งขันต่ออีก 4SS ในบริเวณใกล้ๆ แคมป์ไซค์ที่พักแดนคนเหล็ก SS19 – SS22 ทุก SS มีระยะทางไม่เกินประมาณ 100 เมตร กับดักเป็นรูปแบบผจญภัยออฟโรดสนามป่าธรรมชาติของแท้ ทุกคนต้องบู๊อย่างหนักสุดฝีมือใช้วินช์ เทคนิค ประสบการณ์และทักษะออฟโรดของผู้ขับขี่ และผู้ช่วยคนขับ รวมกันกับรถยนต์ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อให้ผ่านอุปสรรคกับดักไปได้และทำเวลาดีที่สุด

วันที่ 30 พ.ย.หลังการแข่งขัน SS19–SS22 เสร็จสิ้น ช่วงเวลาประมาณก่อนเที่ยง คอนวอยได้ออกจากป่าสู่เซลานชาร์ ดัว (Selancar Dua ) ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเลี้ยงอาหารจากผู้แทนอำเภอเซลานชาร์ พร้อมทั้งทำพิธีตีธงปล่อยคอนวอยรถยนต์เดินทางไปผจญภัยแดนสนธยา  ก่อนเดินทางเข้าป่าดงดิบได้พักค้างแรมแคมป์มาเทา(Camp Matau) ที่บริเวณจุดรวมร้านค้าขายเล็กๆ ริมทาง เฟลดา เซลานชาร์ ดัว(Felda Selancar Dua)

วันที่ 1 ธ.ค. เวลาเช้าประมาณ 09.00 น. ผู้เข้าแข่งขันถูกจัดแบ่งออกเป็นกลุ่มรถยนต์ 3 คันต่อ 1 ทีม แล้วจับฉลากลำดับเรียงคิวเข้าแดนสนธยาตามลำดับ และทำพิธีตีธงปล่อยตัวออกเดินทางเข้าป่าดงดิบแดนสนธยา Hulu Pukin Rompin แยกตัวใช้เส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรค และอันตรายหวาดเสียวตื่นเต้นมากที่สุดในช่วงประมาณ 8 ก.ม.สุดท้าย จากระยะทางทั้งหมดประมาณ 27 ก.ม. ส่วนทีมผู้สนับสนุน ทีมทัวร์ท่องเที่ยว ทีมนักข่าวและทีมเจ้าหน้าที่เกือบทั้งหมด ใช้เส้นทางอ้อมอีกด้านหนึ่งระยะทางประมาณ 30 ก.ม. แม้นเส้นทางจะดูไม่อันตราย แต่ต้องใช้วินช์ทั้งขาเข้าและขาออกแทบตลอดเส้นทาง ช่วงเดินทางในแดนสนธยาจึงเป็นไฮไลท์ของรถที่เข้าร่วมการแข่งขัน RFC เลยทีเดียว

วันที่ 2 ธ.ค. นักข่าวไทย ทีมเจ้าหน้าที่ RFC จำนวน 2 คน ได้ใช้เวลาประมาณ 1.50 ชั่วโมง เดินทางด้วยเท้าลุยเส้นทางออฟโรดทะเลโคลนไปยังแคมป์ฮูรูพูคิน และเวลาประมาณ 20.15 น. กลุ่มนักแข่งทีมแรกที่สามารถลุยฝ่าเส้นทางหฤโหดมาได้ เป็นกลุ่มทีมมาเลเซีย รถยนต์หมายเลข 119, 117 ,120 และมีรถยนต์แข่งบางทีมพลิกคว่ำ รถเสียพังติดอยู่บนภูเขาหลายคัน ซึ่งมีหลายทีมยอมแพ้ถอยออกมาใช้ทางลัด

วันที่ 3 ธ.ค. นักข่าวไทย อินโดนีเซียและจีน จำนวน 3 คน ได้เดินเท้ามุ่งหน้าแคมป์ฮูรูพูคิน ไปและกลับประมาณ 30 ก.ม.เพื่อมาถ่ายรูปภาพและถ่ายทำวีดีโอการแข่งขันต่อใน SS23 -SS26  และวันนี้ทีมแข่งขันที่เสร็จสิ้นการแข่งขันครบทุก SS แล้ว รวมทั้งรถยนต์ของทุกกลุ่มได้เดินทางย้อนเส้นทางเดิมอีกหน ออกจากป่าไปรวมตัวกันที่แคมป์มาเทา บริเวณเฟลดา เซลานชาร์ ดัว และวันที่ 4 ธ.ค. คอนวอยได้เคลื่อนตัวไปที่ Pekan เมืองกวนตัน และตอนค่ำได้มีพีธีปิดการแข่งขันและมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศ RFC 2017 Grand Final ที่ AnCasa Royale Hotel & Resorts) โดยได้รับเกียรติจาก หัวหน้าส่วนราชการพีกัน Dato’ Ali Syahbana Bin Sabarudin Chief Officer Of Pekan มาเป็นประธานปิดการแข่งขัน

นี่คือสุดยอดหนึ่งในสิบสุดยอดการแข่งขันรถยนต์ของโลก ผ่านตำนานมาแล้ว 21 ปี ท้าทายผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยออฟโรด มันส์เร้าใจ ลำบาก ทรหดอดทน เข้ามาสัมผัสบรรยากาศสมรภูมิออฟโรดขนานแท้ ร่วมกับบรรดาเหล่าจอมยุทธและนักบู๊ออฟโรดนานาชาติ  ซึ่งลูอิส.เจ.เอวี ยังคงสร้างฝันความมันส์ผจญภัยออฟโรดอย่างยิ่งใหญ่ต่อไปในปี 2018

แรดิน  นิวตรอน เรื่อง/ภาพ

 

 

Leave A Reply

Your email address will not be published.