เจาะข้อมูล All-new Nissan Kicks ออปชั่นเพียบ ไม่ได้มีดีแค่ e-Power

มาสำรวจรายละเอียดของ All-new Kicks คอมแพ็กต์เอสยูวีรุ่นล่าสุดจาก Nissan ที่เลือกเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกของโลก เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่เพียงจะมาพร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนล่าสุด e-Power ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ส่วนหนึ่งที่เสมือนรถยนต์ไฟฟ้า 100% เท่านั้น แต่ยังมีการใส่เทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility แบบจัดเต็ม รวมทั้งออปชั่นเด็ดๆ อีกเพียบ ในราคาเริ่มต้นที่ช่างเร้าใจเหลือเกิน 889,000 บาท

สำหรับประเทศไทย All-New Nissan Kicks e-Power จะมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย แบ่งเป็น: 

  • All-New Nissan Kicks e-Power รุ่น S 889,000 บาท
  • All-New Nissan Kicks e-Power รุ่น E 949,000 บาท
  • All-New Nissan Kicks e-Power รุ่น V 999,000 บาท
  • All-New Nissan Kicks e-Power รุ่น VL 1,049,000 บาท

เปรียบเทียบความแตกต่างของทั้ง 4 รุ่นย่อย All-New Nissan Kicks e-Power

ข้อมูลเฉพาะทางเทคนิค All-new Nissan Kicks e-Power

รู้จัก e-Power: เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของ Nissan พลังที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ

ถึงหลายคนจะเคยได้รับรู้ข้อมูลไปหลายรอบแล้ว แต่คงต้องขออธิบายอีกครั้งกับ e-Power มีความแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี (Battery Electric Vehicle: BEV) อย่าง Nissan Leaf รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดของโลก ด้วยการนำเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กมาสร้างการให้กำเนิดกระแสไฟฟ้าชาร์จสู่แบตเตอรี่กำลังสูง ลดความกังวลใจในเรื่องของการชาร์จพลังงานไฟฟ้าจากภายนอก ในขณะที่ให้พละกำลังและสมรรถนะการขับขี่เฉกเช่นรถยนต์ไฟฟ้า

เทคโนโลยี e-Power ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งจะทำการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์ โดยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่กำลังสูงจะถูกส่งไปยังระบบขับเคลื่อนขนาดกะทัดรัดของ e-Power ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator), อินเวอร์เตอร์ (Inverter), มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion battery) ซึ่งจะแตกต่างจากระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดทั่วๆไป ที่มอเตอร์ไฟฟ้าจะมีกำลังไม่สูงมาก และจะทำงานคู่กับเครื่องยนต์สันดาปภายในเพื่อการขับเคลื่อนในขณะพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่เหลือน้อย (หรือรวมถึงการขับขี่ด้วยความเร็วสูง)

อย่างไรก็ตามในระบบ e-Power เครื่องยนต์สันดาปภายในไม่ได้ถูกเชื่อมต่อกับล้อขับเคลื่อน ทำหน้าที่เพียงให้กำเนิดพลังงานไฟฟ้าสู่แบตเตอรี่ และอินเวอร์เตอร์ โดยความแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้า 100% เต็มรูปแบบคือระบบ e-Power ได้รับพลังงานไฟฟ้าจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไม่ใช่จากแบตเตอรี่ที่ต้องมีการชาร์จจากแหล่งพลังงานภายนอก

โครงสร้างของระบบไฟฟ้าเช่นนี้จะมีมอเตอร์และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ เนื่องจากมอเตอร์เป็นแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าโดยตรงที่ใช้ในการขับเคลื่อน และข้อจำกัดนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในการติดตั้งระบบนี้ในรถยนต์ขนาดคอมแพ็ค อย่างไรก็ตามนิสสันได้พัฒนาและเรียนรู้วิธีการลดขนาดและน้ำหนัก รวมทั้งพัฒนาวิธีการควบคุมมอเตอร์ให้ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานทำให้  e-Power ใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กกว่า แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่เช่นเดียวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบอย่าง Nissan Leaf

เครื่องยนต์สันดาปภายในของระบบ  e-Power มีหน้าที่ผลิตพลังงานไฟฟ้า ทำให้ระยะในการเปิด และปิดลิ้นปีกผีเสื้อไม่สูงมาก ทำให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้ในสภาพที่ค่อนข้างเหมาะสมตลอดเวลา ส่งผลให้เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากนี้ในโหมดการขับขี่เฉพาะของระบบ e-Power ผู้ขับขี่จะได้รับประสบการณ์การขับขี่แบบใหม่ล่าสุดผ่านเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ One-Pedal โดยผู้ขับขี่สามารถเร่ง, ลดความเร็วลง, และหยุดรถ โดยใช้เพียงคันเร่งอย่างเดียว ช่วยลดความจำเป็นในการขยับเท้าเพื่อมาเหยียบแป้นเบรก All-new Nissan Kicks e-Power ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลายได้แก่ EV Mode, S Mode, Eco Mode และ Normal Mode

สำหรับโหมด EV รถยนต์จะมอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมรวมถึงการหยุด (ด้วยการยกคันเร่งขึ้นจาก One-Pedal) เช่นเดียวกับการเบรกในรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั่ว ๆ ไป ใน S Mode หรือ Smart mode รถจะเร่งความเร็วได้ดีเพิ่มขึ้น พร้อมกับกำลังสำหรับการหยุดที่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ใน Eco Mode รถจะลดการใช้พลังงานบางส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันผ่านการควบคุมพลังงานของแบตเตอรี่

เทคโนโลยี e-Power ที่อยู่ใน All-new Nissan Kicks เป็นเครื่องยนต์ HR12DE ขนาด 1.2 ลิตร แถวเรียงแบบ DOHC (Double Overhead Camshaft) 12 วาล์ว 3 สูบ รับหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และยังมีส่วนประกอบของระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่สำคัญๆ อาทิ เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ EM57 ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า มีแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) มีจำนวน 4 โมดูล เทคโนโลยีนี้มอบการเร่งความเร็วที่ราบรื่น การขับขี่ที่เงียบ และการประหยัดน้ำมันที่มีประสิทธิภาพสูง

การออกแบบที่โดดเด่น และเร้าใจ

All-new Nissan Kicks e-Power ผสานการออกแบบที่สื่อถึงอารมณ์ และการใช้งานจริง โดยออกแบบซุ้มล้อให้โดดเด่นเข้ากับรูปลักษณ์แบบรถครอสโอเวอร์ พร้อมเอกลักษณ์การออกแบบหรือ Design DNA ที่เป็นเฉพาะของ Nissan เช่นเดียวกับในทุกโมเดลของพวกเขา สำหรับคอมแพ็กต์เอสยูวีคันนี้ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ V-motion ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ทรงบูมเมอแรง การออกแบบแนวเส้นหลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof Line) และภายในใช้ลายเส้นของปีกเครื่องร่อน (Gliding Wing) ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ทั้งหมดอยู่ภายใต้แนวคิดการออกแบบของ Nissan เพิ่มความโดดเด่นให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตในเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีของผู้บริโภคในปัจจุบัน

คอมแพ็กต์เอสยูวีรุ่นใหม่นี้ ยังมาพร้อมการออกแบบที่ให้ความโดดเด่น และยังคงความปลอดภัย และความแข็งแกร่งบนพื้นฐานของ (Zone body Concept) อันเป็นมาตรฐานของ Nissan  โดยโครงสร้างตัวถังรถถูกสร้างให้มีความสามารถในการดูดซับพลังงาน, รับแรงกระแทก และทำให้รถยนต์มีความแข็งแกร่ง, ปลอดภัย, เหมาะสมสำหรับการขับขี่ในเมืองและการขับขี่ในระยะทางไกล

นอกจากนี้ All-new Nissan Kicks e-Power ยังมีเส้นสายที่โดดเด่นจากแนวเส้นหลังคาแบบทรงลอยตัว เสริมให้รูปลักษณ์ภายนอกมีพลัง และความแกร่ง ขณะที่ภายในมีการตกแต่งแบบทูโทนหรือโทนสีดำ ช่วยเพิ่มอารมณ์สปอร์ต และลายเส้นของปีกเครื่องร่อนบริเวณแผงหน้าปัดรถทำให้ดูโดดเด่นสะดุดตา

การขับขี่ที่เสริมความมั่นใจด้วย Nissan Intelligent Mobility และเทคโนโลยีความปลอดภัยเซฟตี้ ชิลด์ (Safety Shield Technology)

สำหรับ Nissan Intelligent Mobility เป็นวิสัยทัศน์ของแบรนด์ Nissan ในการเปลี่ยนวิถีการขับขี่ และการใช้ชีวิตของผู้คน เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงที่มีอยู่ใน All-new Kicks e-Power ประกอบด้วย:

  • เทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ (One-Pedal): เพิ่มประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยี One-Pedal ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเร่ง, ลดความเร็ว และหยุดรถเพียงการใช้แป้นคันเร่งเดียวเท่านั้น การใช้เพียงคันเร่งเดียว ช่วยทำให้การขับขี่สะดวกสบายและง่ายมากขึ้น เช่น การกะระยะห่างระหว่างรถคันหน้า, การชะลอและหยุดเมื่อลงเขาหรือหยุดเมื่อเจอสัญญาณไฟจราจร ทั้งนี้เทคโนโลยี One-Pedal ยังช่วยให้ผู้ขับขี่มีความสนุกสนาน จากการขับโดยใช้เพียงคันเร่งเดียวอีกด้วย
  • เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control–ICC): ควบคุมความเร็วที่สั่งการได้อัตโนมัติ โดยสถานการณ์ที่มีรถอยู่ข้างหน้า ระบบจะรักษาระยะห่างตามความเร็วแปรผันกับรถคันหน้า ช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ ทั้งนี้ความอัจฉริยะของ Intelligent Cruise Control ระบบสามารถชะลอรถตามความเร็วของรถคันหน้า และรักษาระยะห่างระหว่างตัวรถตามที่ตั้งค่าไว้ได้เองโดยอัตโนมัติจนถึงระดับรถหยุดนิ่งภายใน 2 วินาที ระบบสามารถกลับมาใช้ความเร็วได้ โดยจะปรับความเร็วขึ้นเองโดยอัตโนมัติกลับสู่ความเร็วที่ผู้ขับได้ตั้งไว้ และสามารถตั้งค่าระยะห่างจากรถคันหน้าได้ 3 ระดับ

  • เทคโนโลยีเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning-IFCW): จะส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัด หากพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า
  • เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking–IEB): เป็นระบบที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า โดยจะช่วยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถยนต์ด้านหน้า เพื่อชะลอความเร็วและหยุดรถเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดจากอุบัติเหตุ
  • เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning–BSW): เทคโนโลยีเตือนอัจฉริยะนี้จะทำให้ทุกการขับขี่ของคุณมั่นใจยิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัยในสถานการณ์ที่ต้องการเปลี่ยนช่องทางการขับขี่ ทันทีที่สัญญาณไฟเลี้ยวถูกเปิดระบบจะส่งเสียงสัญญาณพร้อมไฟกระพริบเตือนให้รู้ล่วงหน้าว่าขณะนั้นกำลังมีรถคันอื่นอยู่ในช่องทางขับขี่ด้านข้างซึ่งผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็น
  • เทคโนโลยีเตือนรถในทางสวนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert–RCTA): ระบบจะทำการเตือนระหว่างเข้าเกียร์ถอยหลัง เมื่อตรวจพบรถที่กำลังเคลื่อนเข้ามาทางด้านหลังทั้งซ้ายและขวา ระบบจะส่งสัญญาณเตือนพร้อมไฟกระพริบเตือนในด้านเดียวกันกับที่มีรถเคลื่อนที่เข้ามา
  • เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor–IAVM) และเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection–MOD): เทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะช่วยให้ผู้ขับมองเห็นพื้นที่ข้างรถได้รอบทิศทางผ่านกล้อง 4 จุด รอบคัน กล้องทุกตัวจะจับภาพขณะเคลื่อนไหวจริง และแสดงผลเป็นภาพจากมุมสูงผ่านหน้าจอ ซึ่งช่วยให้การจอดรถง่ายขึ้น และยังทำงานร่วมกับเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (MOD) ซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบบุคคลหรือวัตถุที่กล้องรอบคันจับการเคลื่อนไหวได้ จะปรากฏบนหน้าจอระบบสัมผัสแปดนิ้ว เทคโนโลยีอัจฉริยะนี้จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยและให้ความมั่นใจในการขับขี่อย่างคล่องตัว

  • เทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ (Intelligent Rear View Mirror-IRVM): ที่กระจกมองหลังของ All-new Kicks e-Power จะมีหน้าจอแบบ LCD ที่แสดงภาพจากกล้องด้านหลังตัวรถ โดยภาพบนจอจะช่วยให้ผู้ขับขี่เห็นทัศนวิสัยด้านหลังได้ในมุมที่กว้างขึ้น โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยน ระหว่างจอแสดงภาพจากกล้องหรือจากกระจกได้ เพื่อช่วยให้การมองเห็นสภาพการจราจรด้านหลังได้อย่างชัดเจนที่สุด สำหรับเทคโนโลยี IRVM นี้ช่วยเสริมความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ในกรณีที่มีการบรรทุกสัมภาระหรือมีผู้โดยสารนั่งด้านหลัง
  • เทคโนโลยีช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist–HSA): เมื่อขับรถขึ้นบนทางลาดชันระบบจะช่วยป้องกันไม่ไห้ตัวรถไหลลงขณะออกตัว เมื่อยกเท้าออกจากแป้นเบรก ระบบจะสั่งให้เบรกทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเหยียบคันเร่งและออกตัวอย่างนุ่มนวล

นอกจากเทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility ใน  All-new Kicks e-Power ยังประกอบด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ยิ่งขึ้น

  • เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control–VDC): เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ โดยควบคุมการชะลอความเร็ว รวมถึงการตอบสนองของพละกำลังเครื่องยนต์ ช่วยรักษาเสถียรภาพการทรงตัวของรถขณะหักหลบกะทันหัน ให้ความมั่นใจ ตอบสนองทุกการขับขี่อย่างฉับไว ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในสถานการณ์คับขันต่าง ๆ
  • เทคโนโลยีช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ (Intelligent Ride Control-IRC): เมื่อรถยนต์เผชิญกับการพื้นผิวที่ไม่เรียบขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กบนท้องถนน รถยนต์จะต้องได้รับการกระแทก ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกโคลงเคลง เทคโนโลยีช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระนี้ ทำหน้าที่ควบคุมการกระแทกที่เกิดขึ้น โดยการควบคุมเครื่องยนต์และเบรก ทำให้การขับขี่ราบรื่นมากยิ่งขึ้น

  • เทคโนโลยีช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง (Intelligent Trace Control–ITC): ระบบจะช่วยตรวจสอบ และแก้ไขการบังคับเลี้ยวหรือการเร่ง ซึ่งจะช่วยปรับและควบคุมและเบรกล้อทั้ง 4 ให้เป็นไปตามพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ที่ง่ายต่อการควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง โดยระบบจะประเมินจากพฤติกรรมการขับขี่ ทั้งการบังคับพวงมาลัย การเบรก และการเร่งความเร็ว
  • 6 ถุงลมนิรภัย SRS: ถุงลมนิรภัย 6 จุด ประกอบด้วยคู่หน้า/ข้าง และม่านข้างซ้ายขวา (ในรุ่น VL) และถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งในทุกรุ่นของ All-new Kicks e-Power
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติ (Pretensioner and Load Limiter Seatbelts): เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าสามารถปรับระดับได้ตามขนาดร่างกายของผู้โดยสารแต่ละคน เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า ELR แบบสามจุด ELR และสามารถดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยที่นั่งด้านหลัง ELR แบบสามจุดสามตำแหน่งที่นั่ง เสริมความปลอดภัยด้วยจุดยึดเบาะที่นั่งเด็กแบบ ISOFIX เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เป็นเด็ก
  • ระบบเบรก ABS, EBD และ BA: ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (Anti-lock Braking System–ABS), ระบบกระจายแรงเบรก (Electric Brake Force Distribution System– EBD), ระบบเสริมแรงเบรก (Brake Assist–BA), ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake), ระบบหยุดรถอัตโนมัติ (Auto Brake Hold) และไฟเบรกดวงที่สามพร้อมไฟ LED สามารถมองเห็นได้ชัดเจน

รูปแบบการขับขี่ และการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

  • Normal Mode: การขับขี่ในแบบปกติจะให้อัตราเร่งความเร็ว และการหยุดรถที่ดีเยี่ยม เทียบเท่ากับการหยุดของรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วๆ ไป
  • S (Smart) Mode: เพิ่มสมรรถนะในการขับเคลื่อนและตอบสนองอัตราเร่งให้ดียิ่งขึ้น
  • ECO Mode: ปรับการทำงานของระบบ e-Power ลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองลง ทำให้เครื่องยนต์และระบบมีการใช้เชื้อเพลิง และพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • EV Mode: ปรับเปลี่ยนให้รถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เหลือภายในแบตเตอรี่ โดยเครื่องยนต์จะไม่ทำงานจนกระทั่งแบตเตอรีอยู่ในระดับต่ำ สัมผัสถึงความเงียบ และอีกขั้นของความประหยัด

Nissan Connect: ให้การเชื่อมต่อและความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยฟังก์ชันการใช้งานเต็มรูปแบบตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทันสมัย All-new Kicks e-Power ช่วยให้ลูกค้าเชื่อมต่อกับระบบต่างๆ ด้วย Nissan Connect

  • สำหรับรุ่น V และ VL ระบบข้อมูลและความบันเทิง Nissan Connect Infotainment มาพร้อมระบบเครื่องเสียง Display Audio แบบหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วและลำโพงคุณภาพสูง 6 ตำแหน่ง พร้อมการเชื่อมต่อ AM/FM/Bluetooth/USB/AUX-in รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay (สำหรับระบบ iOS) การเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายแบบบลูทูธบนพวงมาลัย เพื่อการควบคุมที่สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีหน้าจอ TFT Digital Meter ขนาด 7 นิ้ว บนหน้าปัด ที่สามารถแสดงข้อมูลการขับขี่ รวมถึงการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง, แสดงมาตรวัดอุณหภูมิภายนอก, มาตรวัดความเร็ว, ระบบการขับขี่ และการควบคุม, ระบบข้อมูล และความบันเทิงขณะขับขี่
  • ขณะที่ระบบความบันเทิงในรุ่น S และ E เป็นระบบเครื่องเสียงมาตรฐานวิทยุ AM/FM พร้อมการเชื่อมต่อบลูทูธ USB และ AUX-in และลำโพงคุณภาพสูง 4 ตำแหน่ง

ความสะดวกสบาย และอรรถประโยชน์

All-new Nissan Kicks e-Power มอบพื้นที่และความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น ใช้การตกแต่งภายในที่ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยว เสริมการเชื่อมต่อที่ให้ความสะดวกสบาย และการใช้ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร พื้นที่ผู้โดยสารด้านหลังมีความกว้างขวางและสะดวกสบาย มาพร้อมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ดังนี้:

  • พวงมาลัยสปอร์ตแบบมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape ปรับสูงต่ำได้ สามารถควบคุมระบบการทำงานของเครื่องเสียง และระบบเชื่อมต่ออื่นๆ ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
  • กุญแจรีโมตอัจฉริยะ (Intelligent Key- I-Key) ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button) และกุญแจระบบ Immobilizer
  • เบาะนั่งด้านคนขับสามารถปรับระดับเพื่อความเหมาะสมกับขนาดร่างกาย ขณะที่ด้านหลังที่นั่งมีช่องเก็บของอเนกประสงค์

  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ให้ความรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง
  • กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Anti-jam Protection) ด้านคนขับ
  • ที่วางแก้วตอนหน้า 2 ตำแหน่ง ช่องวางขวดน้ำบริเวณแผงประตูหน้าและหลัง 4 ตำแหน่ง และกล่องเก็บของด้านหน้า
  • ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร และไฟห้องสัมภาระด้านท้าย
  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบตั้งเวลาหน่วง และระบบไล่ฝ้ากระจกหลังแบบตั้งเวลา

เรื่อง: พูนทวี สุวัตถิกุล

ขอบคุณข้อมูล: นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.