New Mazda CX-5 2.5T ‘เพิ่มความเร้าใจให้คอมแพ็กต์เอสยูวียอดนิยม’

2 ปีหลังจากเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 2 Mazda CX-5 คอมแพ็กต์เอสยูวีที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของเมืองไทย มีการปรับเปลี่ยนสำคัญด้วยการเพิ่มขุมกำลังเบนซินเทอร์โบ Skyactiv-G 2.5 ลิตร เพื่อเป็นทางเลือกของคนที่ชื่นชอบรถอเนกประสงค์ แต่อยากเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของการขับขี่ด้วยสมรรถนะความแรงระดับ 231 แรงม้า และใช้เวลาต่ำกว่า 8 วินาทีทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม.!!!

รถเอสยูวีกลุ่มคอมแพ็กต์/ครอสส์โอเวอร์ในบ้านเราต้องยอมรับว่ามีตัวเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลายตั้งแต่เบนซิน, ดีเซล, ไฮบริด หรือจะเป็นเทคโนโลยีล่าสุดอย่างพลังงานไฟฟ้าก็เริ่มมีมากขึ้น ด้วยขนาดตัวรถที่กำลังพอดี และราคาที่ไม่สูงเกินไปสำหรับคนวัยทำงานที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตครอบครัว ทำให้เซกเม้นต์นี้ถือว่ามีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

Less is More Design—ความเรียบง่ายแต่งดงาม

New CX-5 2.5T ยังคงออกแบบภายใต้แนวคิดหลัก Kodo: Soul of Motion ที่ถูกนำมาใช้กับรถยนต์ทุกรุ่นของ Mazda ในเจเนอเรชั่นปัจจุบัน โดยเน้นความเรียบง่าย แต่แฝงความรู้สึกโฉบเฉี่ยว และพิถีพิถันในทุกรายละเอียด

ดีไซน์ภายนอกของ CX-5 2.5T เรียกว่าไม่ได้แตกต่างจากตอนเปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 เท่าไรนัก ที่เพิ่มเข้ามาจะมีล้ออัลลอยด์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว ติดตั้งหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้าเหมือนตัวบนของรุ่นเครื่องยนต์เบนซินธรรมดา และเครื่องยนต์ดีเซล

การปรับโฉมรอบนี้เหมือน Mazda ค่อนข้างให้ความสำคัญกับการออกแบบภายในห้องโดยสารที่มีการเพิ่มคอนเซ็ปต์ “Less is More” เน้นความเรียบง่ายแต่งดงามในทุกรายละเอียดตั้งแต่แผงควบคุมแอร์ดีไซน์ใหม่, การจัดวางตำแหน่งปุ่มควบคุม Center Commander, ปุ่มปรับกระจกมองข้ามที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมมากขึ้น และกระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติแบบไร้กรอบ

เพิ่มความหรูหราให้กับห้องโดยสารด้วยการใช้โทนสีเข้มเลือกใช้วัสดุแบบ Real Wood ผสมผสานกับสีเงินซาตินโครม และสัมผัสที่ดีขึ้นของเบาะหนัง Nappa โทนสีแดง Deep Red เดินตะเข็บด้วยด้ายสีน้ำตาล พร้อมใส่ออปชั่นระบบระบายอากาศ Seat Ventilation สำหรับเบาะคู่หน้าอีกด้วย

ในส่วนของหน้าจอ Center Display บริเวณคอนโซลกลางที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mazda ขนาด 7 นิ้วอาจจะเล็กไปแล้วสำหรับรถรุ่นใหม่ๆ แต่ถือว่าใช้งานสะดวกด้วยระบบทัชสกรีน ที่สำคัญคือสามารถรองรับ Apple CarPlay ทำให้เรียกใช้แอพลิเคชั่นหลักๆ จากสมาร์ทโฟนได้สะดวก และยังคงใช้ระบบเครื่องเสียง Bose ที่มาพร้อมลำโพง 10 ตำแหน่งเหมือนเดิม

หลังจากบรรดาคู่แข่งมอบทางเลือกความแรงแบบเทอร์โบทั้งแบบดีเซลใน Honda CR-V หรือจะเบนซินก็มี MG HS ไม่นับรวม Subaru Forester ที่ขายเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ Boxer ซึ่งเป็นที่ยอมรับในเรื่องสมรรถนะอันยอดเยี่ยมมายาวนานโดยไม่ต้องพึ่งตัวช่วยใดๆ ทำให้ Mazda ที่ต้องตามแก้ปัญหาเครื่องยนต์กลุ่มดีเซล Skyactiv-D ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ตัวเลือกที่อยู่ในเอสยูวียอดนิยม CX-5 ตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรกเปิดตัวขายในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2013 จนมาถึงเจเนอเรชั่น 2 ในเดือนพฤศจิกายน 2017 การเพิ่มทางเลือกให้ทางฝั่งเบนซิน Skyactiv-G ที่ลูกค้าชาวไทยยังคงให้ความนิยมดูจะเป็นทางออกที่ดีกว่า และเป็นการย้ำเตือนในสิ่งที่หลายคนหลงลืมไปแล้วว่าในอดีตค่ายรถยนต์จากเมืองฮิโรชิม่าเคยยิ่งใหญ่ขนาดไหนกับเครื่องยนต์ Rotary

แม้ว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ของ New CX-5 จะเป็นการนำขุมกำลัง Skyactiv-G DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ Dual S-VTที่ใช้งานในรุ่นเบนซิน 2.0 ลิตรเดิม ขยายกระบอกสูบเป็น 2.5 ลิตร และติดตั้งเทอร์โบแบบ Dynamic Pressure ที่ออกแบบให้กังหันในโข่งไอเสียหมุนได้เร็วขึ้นในรอบต่ำ รวมทั้งเปลี่ยนระบบไอเสียจาก 4-2-1 มาเป็นแบบ 4-3-1 เพื่อลดปัญหาไอเสียไหลย้อนเข้าไปสู่วาล์วไอเสียของกระบอกสูบที่จุดระเบิดตามหลัง

แต่พอได้ลองขับ New Mazda Cx-5 2.5T ครั้งแรกแทบไม่อยากเชื่อว่ากำลังอยู่หลังพวงมาลัยของคอมแพ็กต์เอสยูวี ด้วยการเพิ่มม้าเข้าไปอีก 66 ตัวจากรุ่นเบนซิน Skyactiv-G 2.0 ทำให้มีกำลังสูงสุด 231 แรงม้าที่ 5,000 รอบต่อนาที และส่งแรงบิดได้ถึง 420 นิวตันเมตรในรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำเพียง 2,000 รอบต่อนาที หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากรุ่นไร้เทอร์โบที่ทำได้สูงสุด 210 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที

ทำให้อัตราเร่งของ New Cx-5 2.5T สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในระดับที่ต่ำกว่า 8 วินาทีเล็กน้อย การทำงานของเกียร์อัตโนมัติ Skyactiv-Drive 6 สปีด ไหลลื่นต่อเนื่องเหมือนเดิม แต่จะเร็วขึ้นได้อีกหากปรับสวิตช์เข้าสู่โหมด Sport รอบเครื่องยนต์จะเพิ่มสูงขึ้นเพื่อตอบสนองในทันทีเมื่อกดคันเร่งลงไป และมีอาการกระชากเพิ่มความเร้าใจขึ้นอีกระดับ เรียกว่าทะลุ 200 กม./ชม. แบบสบายๆ แต่ความเร็วถูกล็อกไว้ที่เท่าไรคงไม่สามารถระบุบนหน้ากระดาษได้เพื่อหลีกเลี่ยงกระแสดราม่าบนโลกโซเชียล

กำลังของเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นใน Cx-5 2.5T อาจทำให้มีคำถามถึงระบบควบคุมอื่นๆ เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงนับตั้งแต่เข้าสู่ยุค Skyactiv รถยนต์ของ Mazda ทุกโมเดลจะเป็นการพัฒนาสอดประสานตั้งแต่โครงสร้างตัวถัง Skyactiv-Body ที่ผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูง High Tensile Steel ที่มีน้ำหนักเบาช่วยให้การควบคุมรถที่มั่นคง และระบบช่วงล่าง Skyactiv-Chassis ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนที่เสริมด้วย G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) เทคโนโลยีภายใต้ Skyactiv-Vehicle Dynamic ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำ และความสมดุลในการควบคุมพวงมาลัยมากขึ้น โดยเฉพาะระหว่างเข้าโค้งคนขับจะรู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถมากกว่าเดิม รวมทั้งการเป็นรถเอสยูวีจะมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-Activ AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน

เช่นเดียวกับ i-Activsense เทคโนโลยีความปลอดภัยของ Mazda มีการติดตั้งแบบชุดใหญ่ลงใน New CX-5 ไล่เรียงตั้งแต่พื้นฐานอย่างระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร Lane-keep Assist System (LAS), ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องจราจร Lane Departure Warning System (LDWS), ระบบเตือนยานพาหนะในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน Advanced Blind Spot Monitoring (ABSM), ระบบไฟหน้า LED ปรับการทำงานไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ Adaptive LED Headlamps (ALH) และระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ Driver Attention Alert (DAA)

ในขณะที่ i-Activsense ในส่วนของระบบช่วยเหลือการขับขี่จะประกอบด้วย Mazda Radar Cruise Control (MRCC) ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติพร้อมปรับระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้าสามารถควบคุมจากสวิตช์ที่พวงมาลัย, Advanced Smart City Brake Support (SCBS) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติหากมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุหรือไม่อาจหลีกเลี่ยงการชนที่สามารถตรวจจับคนเดินถนน, Smart Brake Support (SBS) ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ, Rear Cross Traffic Alert (RCTA) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง, Smart City Brake Support-Reverse (SCBS-R) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง และระบบแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศาพร้อมมุมกล้องแบบ Top View ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจมากขึ้น

คงต้องเรียกว่า New Mazda CX-5 2.5T เป็นเหมือนการใส่ชุดเพิ่มสมรรถนะ Performance Package ให้คอมแพ็กต์เอสยูวีรุ่นนี้มีความสนุกในการขับมากขึ้น และความอเนกประสงค์ที่ยังคงอยู่ครบถ้วน ถึงจะต้องจ่ายเงินเพิ่มเป็น 1.85 ล้านบาท ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่หลายคนไม่อาจมองข้ามไปได้

เรื่อง: พูนทวี สุวัตถิกุล

ขอบคุณข้อมูล: มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.