ปรับเล็กๆ แต่ขับสนุกขึ้น …Mini Countryman Hightrim 2020

เอสยูวีหนึ่งเดียวจากแบรนด์รถยนต์อังกฤษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Mini Cooper S Countryman Hightrim ถึงเวลาปรับเปลี่ยนในปี 2020 ด้วยการติดตั้งเกียร์ Dual Clutch 7 จังหวะที่ช่วยให้การขับขี่สนุกขึ้น แต่ยังคงรักษาความอเนกประสงค์ไว้ได้อย่างครบถ้วน

หากวัดด้วยความรู้สึกรถ Mini ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนเมืองไทยที่เจอบ่อยที่สุดคงจะเป็น Countryman รถสไตล์อเนกประสงค์รุ่นแรก และรุ่นเดียวของพวกเขาที่เปิดตัวเจเนอเรชั่นแรกในปี 2010 ถ้าจะให้เดาเหตุผลที่คนไทยตัดสินใจเลือก Mini รุ่นนี้ ก็คงเป็นเพราะมีจุดร่วมตรงกลางระหว่างความหลงใหลในแบรนด์สุดคลาสสิกกับความเหมาะสมของการใช้งานในชีวิตจริงที่สามารถรองรับการเดินทางแบบครอบครัวได้มากกว่าตัวถัง Hatch ทั้ง 3 ประตู และ 5 ประตู

ถึงจะมีความใหญ่ที่ขัดใจบรรดาสาวก Mini Classicแต่ยอดขายทั่วโลกของ Countryman พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของ Mini ยุคใหม่ที่อยู่ภายใต้การบริหารของ BMW ผู้ผลิตรถยนต์หรูสัญชาติเยอรมัน ที่สานต่อความสำเร็จจนมาถึงเจเนอเรชั่น 2 รหัสตัวถัง F60 ที่เปิดตัวในประเทศไทย เมื่อเดือนมีนาคม 2017

ตอนนั้นผู้เขียนมีโอกาสนำ Countryman Cooper S Hightrim มาลองขับทดสอบ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าถึงจะมีตัวเลือกแค่เครื่องยนต์เบนซิน TwinPower Turbo 2.0 ลิตร แต่ก็สามารถดึงอารมณ์แบบ Go-kart Feeling ออกมาทุกครั้งที่กดคันเร่งลงไป รวมทั้งดีไซน์ภายในที่มีลูกเล่นเพียบ และความอเนกประสงค์ในแบบที่รถสไตล์เอสยูวีต้องมี

ทำให้พอมีการไมเนอร์เชนจ์เพื่อเปิดตัวในฐานะโมเดล 2020 ในประเทศไทย ก็ไม่พลาดที่จะนัดคิวนำ Mini Cooper S Countryman Hightrim มาลองขับอีกสักครั้งว่าแตกต่างจากเดิมอย่างไร โดยเฉพาะระบบส่งกำลังใหม่ที่เปลี่ยนจากเกียร์ 8 จังหวะมาเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ Steptronic 7 จังหวะพร้อม Paddle Shift รวมทั้งเพิ่มออปชั่นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหนังแท้สไตล์สปอร์ต Mini Yours และล้ออัลลอยสีดำลาย Pin Spoke ขนาด 18 นิ้ว (จากเดิม 19 นิ้ว) โดยติดตั้งยาง Bridgestone Turanza ขนาด 225/50 R18

สัดส่วนของ Countryman Hightrim 2020 เท่าเดิมทุกมิติทั้งความกว้าง (1,822 มม.), ความยาว (4,299 มม.) หรือความสูง (1,557 มม.) ทำให้ยังคงเป็นโมเดลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ Mini ในปัจจุบัน และอย่างที่บอกว่าอาจเป็นจุดเด่นที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเลือกรถคันนี้จากการที่ทั้งคนขับ และคนนั่งมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารมากพอ ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนรุ่น Hatch ที่เน้นอารมณ์แบบคลาสสิกมากกว่า

ในขณะที่ความสนุกของการขับระบบเกียร์อัตโนมัติใหม่แบบคลัตช์คู่ Steptronic 7 จังหวะต้องเรียกว่าแทบไม่รู้สึกถึงรอยต่อระหว่างเปลี่ยนเกียร์หากขับโหมดปกติ Mid หรือแบบประหยัด Green แต่หากปรับสวิตช์สู่ Sport จะมีอารมณ์กระชาก และลากรอบเครื่องยนต์สูงๆ สร้างความเร้าใจในทันที โดยคนที่ชอบเล่นเกียร์สามารถปรับใช้โหมด Manual หรือจะเลือกปรับจาก Paddle Shift ที่อยู่หลังพวงมาลัยขึ้นอยู่กับความถนัด

อย่างไรก็ตามถึงจะรู้สึกว่าขับสนุกขึ้น สมรรถนะทุกอย่างกลับเหมือนเดิม เครื่องยนต์เบนซิน TwinPower Turbo 2.0 ลิตรของ Mini Cooper S Countryman Hightrim ให้กำลังสูงสุด 192 แรงม้าที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตรที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที กดคันเร่งออกตัวไปแตะความเร็ว 100 กม./ชม. ในเวลา 7.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 224 กม./ชม.

หากจะพูดรวมๆ Countryman Hightrim ให้ความสนุกในการขับแบบ Go-kart Feeling หากคุณเป็นคนชื่นชอบรถ Mini ด้วยความคล่องตัว และอัตราเร่งที่มาทันใจสำหรับการใช้งานในเมือง โดยพร้อมปรับเปลี่ยนเป็นรถครอบครัวในช่วงสุดสัปดาห์ที่สามารถชวนคุณปู่คุณยายไปสนุกกับหลานๆ ในทริปต่างจังหวัด ด้วยความสะดวกสบายของห้องโดยสาร รวมทั้งพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 450-1,390 ลิตร (ขึ้นอยู่กับการพับเบาะ)

การปรับเปลี่ยนเรื่องดีไซน์ สำหรับเวอร์ชั่นปี 2020 มีการเพิ่มเส้นสายโครเมียมสีเงิน Chrome Line บนตัวถังให้ความรู้สึกหรูหรามากขึ้น ภายในห้องโดยสารตกแต่งสไตล์ Mini Yours Piano Black Illuminated สีดำมันวาวพร้อมไฟหลากสีเพื่อสร้างบรรยากาศในตอนกลางคืน พร้อมระบบเครื่องเสียงของ Harman Kardon แบรนด์ชั้นนำจากประเทศสหรัฐฯ


ข้อมูลทางเทคนิค

แบบเครื่องยนต์: 4/in-Line/4     ปริมาตรความจุ: 1,998 ซีซี พร้อมระบบ TwinPower Turbo

ระบบเกียร์: Sport Automatic Transmission 7-speed Steptronic with Double Clutch และ Paddle Shift

กำลังสูงสุด: 192 แรงม้าที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที     แรงบิดสูงสุด: 280 นิวตันเมตรที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 7.4 วินาที           ความเร็วสูงสุด: 224 กม./ชม.

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: 15.9 กม./ลิตร     ค่าไอเสีย CO2: 143 กรัม/กม.

ความจุถังเชื้อเพลิงจุ: 51 ลิตร                     น้ำมันเชื้อเพลิง: แก๊สโซฮอล์ 91

ในส่วนของคนขับจะมีหน้าจอแสดงข้อมูล Mini Head-Up Display ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีในห้องโดยสารเครื่องบินเจ็ต โดยไม่บดบังทัศนวิสัยบนท้องถนน บริเวณคอนโซลกลางหน้าจอควบคุมระบบความบันเทิงแบบทัชสกรีนขนาด 8.8 นิ้วเท่าเดิม พร้อมระบบ Mini Connected ที่เป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวในยามเดินทาง, แสดงตำแหน่งของรถ และข้อมูลต่างๆ ผ่านการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน

คงต้องบอกว่า Mini Cooper S Countryman Hightrim เป็นรถอเนกประสงค์ไซส์เล็กที่เหมาะสมกับการใช้งานแบบครอบครัวสำหรับคนที่หลงใหลความคลาสสิกของแบรนด์รถยนต์สัญชาติอังกฤษที่มีอายุมากกว่า 6 ทศวรรษ

เรื่อง: พูนทวี สุวัตถิกุล

ขอบคุณข้อมูล: Mini Thailand

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.