The S-Class of SUVs หรูหรา—พร้อมลุย ‘Mercedes-Benz GLS 350 d’

เจเนอเรชั่นล่าสุดของรถอเนกประสงค์ Full-size Luxury SUV แบบ 7 ที่นั่ง Mercedes-Benz GLS ส่งตรงจากโรงงานผลิตประเทศสหรัฐฯ เพื่อร่วมทริปแรกในปี 2020 ของค่ายดาวสามแฉก

หากจะพูดถึงรถอเนกประสงค์หรือ SUV เทรนด์ความนิยมของคนไทย และทั่วโลกเริ่มหันมาเลือกเป็นสไตล์ Crossover หรือ Compact SUV มากกว่าจะใช้ Mid-size SUV (Toyota Fortuner, Mitsubishi Pajero Sport, Ford Everest) เหมือนในอดีต แต่ไม่ว่าจะอย่างไรบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกต้องมีโมเดลที่เป็นสัญลักษณ์ Flagship ของพวกเขาในรถกลุ่มนี้ที่รวบรวมทั้งความหลากหลายในการใช้งานที่ลงตัวเข้ากับความหรูหรา

หลังจากปล่อยให้ BMW คู่แข่งสำคัญขยายเซ็กเม้นต์สู่ X7 เช่นเดียวกับ Audi ที่เพิ่มไลน์อัพกลุ่มเอสยูวีสู่ Q8 มาพักใหญ่ ในฐานะผูกขาดตำแหน่งหมายเลขหนึ่งของตลาดรถลักชัวรี่ประเทศไทยมายาวนาน 19 ปี Mercedes-Benz ได้เวลาเปิดตัว GLS เจเนอเรชั่นที่ 3 พร้อมกับอีกหลายประเทศทั่วโลก เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium ใช้รหัสตัวถัง X167 โดยรวมจะใหญ่ขึ้นจากเจเนอเรชั่นก่อน (ยกเว้นความสูง) ความยาว 5,207 มม. (+77 มม.), ความกว้าง 1,956 มม. (+22 มม.) และระยะฐานล้อ 3,135 มม. (+60 มม.) ทำให้ภายในห้องโดยสารมีความกว้างขวางสะดวกสบายขึ้น เหมาะกับการใช้งานแบบครอบครัวใหญ่

ภายในห้องโดยสาร GLS 350 d จะสามารถปรับเบาะนั่งแถวสองด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ โดยสามารถปรับถอยหลังลงได้อีก 10 เซนติเมตร เพิ่มที่วางขา เช่นเดียวกับพนักพิงสามารถปรับเอนได้มากกว่าเดิม แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถนอนยาวสไตล์ First Class เหมือนใน S-Class จากการที่ต้องเผื่อพื้นที่สำหรับเบาะนั่งแถวสามซึ่งรองรับคนรูปร่างสูงใหญ่ได้ถึง 194 เซนติเมตร และมาพร้อมระบบ Easy-Entry ออกแบบพิเศษสำหรับเข้า-ออกจากรถ

ในส่วนของพื้นที่เก็บสัมภาระด้วยความเป็น Full-size SUV ถึงจะนั่งแบบเต็มพิกัด 7 คน จะสามารถเก็บของได้ 470 ลิตร ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีที่ใส่กระเป๋าเดินทางหรือถุงกอล์ฟ โดยมีปุ่มควบคุมที่กดเพียงครั้งเดียวสามารถสั่งให้เบาะทั้งแถวสอง-แถวสามพับราบลงพร้อมกัน เพิ่มพื้นที่ได้สูงสุด 2,400 ลิตร

มาพูดถึงสมรรถนะการขับ เรียกว่าเป็นความโชคดีก็อาจจะได้ที่ทางหลวงหมายเลข 118 ซึ่งเป็นเส้นทางสั้นที่สุดในการเดินทางสู่จังหวัดเชียงรายราวๆ 180 กิโลเมตร กำลังก่อสร้างขยายถนน ทำให้มีโอกาสสมรรถนะของ New GLS ทั้งบนถนนปกติ On Road และทางสมบุกสมบันสไตล์ Off Road

พ้นจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงไม่กี่กิโลเมตร ถนนเริ่มเปลี่ยนเป็นดินลูกรังสีแดงบางช่วงกลายเป็นโคลนจากการฉีดน้ำเพื่อลดฝุ่นละออง ทำให้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4Matic เริ่มทำงานเพื่อกระจายแรงบิดระหว่างล้อคู่หน้า-ล้อคู่หลังให้มีความสมดุลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมความแม่นยำของพวงมาลัย ส่วนคนนั่งก็สามารถเล่นสมาร์ตโฟนโพสต์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างสบายๆ ด้วยความนุ่มนวลของระบบช่วงล่าง Airmatic รวมทั้งเลือกฟังเพลงจากระบบมัลติมีเดีย MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่ติดตั้ง Digital Widescreen Cockpit จอแสดงผลความละเอียดสูง 2 จอต่อกัน รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียงเพียงพูดว่า ‘Hey Mercedes’, ลำโพงรอบทิศทาง Burmester พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS และ Android (Apple CarPlay & Android Auto)

หลังจากจอดพักดื่มกาแฟแถวดอยสะเก็ด ถนนจะเป็นเส้นทางปกติสามารถลองความเร็วของเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 6 สูบติดตั้ง 2-Stage เทอร์โบชาร์เจอร์ได้อย่างเต็มที่ จังหวะเร่งแซงความเร็วมาตามที่ต้องการถึงจะมีน้ำหนักรถมากถึง 2,485 กิโลกรัม แต่พละกำลัง 286 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตรที่มาตั้งแต่ 1,200-3,000 รอบ/นาที ทำให้ทุกอย่างสั่งได้ รวมทั้งระบบเกียร์ 9G-Tronic สับเปลี่ยนได้อย่างนุ่มนวลไม่มีอาการกระชาก รวมทั้งมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีขึ้น 6.5 เปอร์เซ็นต์ และเลือกรูปแบบการขับ Dynamic Select 5 รูปแบบเหมือนโมเดลอื่นๆ ของค่ายดาวสามแฉก

ระหว่างทริปนี้ยังมีโอกาสได้ขับผ่านตัวเมืองเชียงราย หากใครเคยไปเที่ยวคงจะรู้ว่าถนนขนาด 2 เลนในแต่ละฝั่งค่อนข้างเล็ก และมีรถจอดข้างทางเกือบตลอด แต่ไม่ได้สร้างความยากลำบากให้ GLS 350 d 4MATIC AMG Premium ที่มีความยาวเกิน 5 เมตร และกว้างเกือบๆ 2 เมตร เรียกว่าแวะจอดเช็คอินทานข้าวซอยหรือร้านขนม-กาแฟฮิตๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา รวมทั้งระบบช่วยการนำเข้าจอดอัตโนมัติ

Technical Data: Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium

เครื่องยนต์: ดีเซลแถวเรียง 6 สูบ พร้อม 2-Stage เทอร์โบชาร์เจอร์ ปริมาตรกระบอกสูบ: 2,925 ซีซี

กำลังสูงสุด: 286 แรงม้าที่ 3,400–4,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด: 600 นิวตันเมตรที่ 1,200–3,200 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-Tronic) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering-wheel Gearshift Paddles)

อัตราเร่ง: 0-100 กม./ชม.: 7.0 วินาที ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ: 227 กม./ชม.

มิติตัวถัง (กว้าง x ยาว x สูง): 1,956 x 5,207 x 1,823 มม. ขนาดล้อ และยาง: หน้า 275/45 R21, หลัง 315/40 R21

พื้นที่บรรทุกสัมภาระ:  470-2,400 ลิตร ความจุถังน้ำมัน: 85 ลิตร


นอกจากนี้ New GLS ติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ชุดใหญ่ไล่ตั้งแต่ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดบอดสายตา (Blind Spot Assist), ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทาง (Active Lane Keeping Assist) , ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Active Distance Assist Distronic), ระบบช่วยเบรก (Active Brake Assist), ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswind Assist), โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration Skid Control) และระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System)

ขณะเดียวกันเจ้าของรถ New GLS จะได้บริการพิเศษ ‘Mercedes me Connect’ ที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ทั้ง Mercedes-Benz Emergency Call System บริการที่จะคอยช่วยเหลือคุณจากสถานการณ์ฉุกเฉินหรือในขณะที่คุณได้รับอุบัติเหตุ, ระบบวิเคราะห์สภาพรถยนต์ Tele Diagnostics ด้วยบริการ Remote Retrieval of Vehicle Status ที่จะคอยรายงานสถานะของรถยนต์สู่ Mercedes me, ระบบแผนที่นำทาง Navigation System พร้อม Live Traffic Information แบบออนไลน์อย่างรวดเร็ว, ระบบตั้งค่ารถยนต์ (Pre-installation for Vehicle Set-up), ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเปิดระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารด้วยโทรศัพท์มือถือ (Remote Engine Start) ปลอดภัยไปอีกขั้นกับระบบ Remote Door Lock/Unlock ที่สามารถสั่งงานได้จากทั่วทุกมุมโลก และที่น่าจำเป็นสำหรับหลายคน Parked Vehicle Locator ระบบแสดงตำแหน่งรถยนต์ภายในรัศมี 1.5 กิโลเมตร

อย่างที่บอก Mercedes มีการนำ GLS 350 d เข้ามาทำตลาดในบ้านเราเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น แต่เชื่อว่าอีกไม่นานจะต้องเพิ่มทางเลือกให้หลากหลายขึ้น แต่จะเป็น GLS 450 4MATIC เครื่องยนต์เบนซิน Biturbo 3.0 ลิตร เสริมด้วยระบบ EQ Boost ให้กำลังไฟฟ้า 48 โวลต์ ทำให้กำลังรวมสูงสุดอยู่ที่ 367 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร, ตัวแรง AMG GLS 63 หรือจะเลือกแนวที่สุดแห่งความหรูหรา Maybach GLS 600 4MATIC คงจะต้องรอดูกันต่อไป

สุดท้ายหากจะถามว่า Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium น่าซื้อไหม? ถ้าคุณชอบแบรนด์นี้อยู่แล้วก็ถือเป็น SUV ที่ครบครันทั้งการขับแบบลุยๆ และความสะดวกสบาย แต่หากเป็นสไตล์ผู้บริหารมีคนขับรถประจำตัว BMW X7 อาจเป็นตัวเลือกที่ถูกใจกว่า หรืออยากได้ความแตกต่าง Audi Q8 ก็ถือว่าน่าสนใจ

เรื่อง/ภาพ พูนทวี สุวัตถิกุล

ข้อมูล & ภาพ Mercedes-Benz Thailand

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.