Let’s Go Camping

ฤดูฝนแบบนี้ ทำให้เรานึกถึงบรรยากาศอันเขียวชอุ่มของป่าเขามากที่สุด เพราะธรรมชาติเขาจะสวยงามยิ่งกว่าฤดูหนาวเสียด้วยซ้ำ ซึ่งหนึ่งกิจกรรมที่ขาดไม่ได้เลย คือการขับรถเข้าไปท่องเที่ยว เพื่อกางเต็นท์ นอนเล่นพักผ่อนกับหมู่เพื่อน หรือครอบครัว ฉบับนี้เราจึงอยากนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการนอนเต็นท์ เพื่อที่ว่าใครที่อาจจะยังไม่มีไอเดีย หรือข้อมูลสำหรับการแคมป์ปิ้งจะได้นำไปใช้ประโยชน์กันในช่วงนี้

 

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักเต็นท์ในรูปแบบต่างๆ กันก่อน

  • เต็นท์ป๊อปอัพ (Pop-up Tent)
  • เต็นท์โดม (Dome Tent)
  • เต็นท์อุโมงค์ (Tunnel Tent)
  • เต็นท์สามเหลี่ยม (Ridge Tent)
  • เต็นท์อุโมงค์กึ่งโดม (Geodesic and Semi-geodesic Tents)
  • เต็นท์สูบลม (Inflatable Tent)
  • เต็นท์สำหรับแบ็คแพ็ค (Backpacking Tent)
  • เต็นท์ครอบครัว (Family Tent)
  • เต็นท์กระโจม (Bell Tent)
  • เต็นท์แบบบ้าน (Cabin Tent)

ซึ่งเต็นท์ที่ดี ต้องกางง่าย ทนทาน นอนสบาย ที่สำคัญต้องไม่เตี้ยเกินไป อยากแนะนำมือใหม่หัดแคมป์ปิ้งทุกคนว่าถ้าเป็นไปได้ให้เตรียมเต็นท์ไปเองจะดีกว่า เพื่อประสบการณ์ที่ดี เพราะถ้าคุณไปเช่า หรือใช้เต็นท์ไม่มีคุณภาพ นั่นจะทำให้คุณรู้สึกแย่กับการนอนเต็นท์ไปเลยก็ได้ อย่างไรแล้วประสบการณ์ครั้งแรกต้องประทับใจไว้ก่อน อย่าคิดว่านอนเต็นท์จะลำบาก เพราะสมัยนี้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับแคมป์ปิ้งมีมากเสียจนเราเองยังซื้อตามไม่ทัน

เมื่อเตรียมเต็นท์เสร็จเรียบร้อย ก็มาถึงขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์แคมป์ปิ้งกันบ้าง สิ่งที่ต้องเตรียมควรมีอะไรบ้าง ขึ้นอยู่กับคุณต้องการความสะดวกสบายมากแค่ไหน แต่หลักๆ พื้นฐานที่ควรมี คือ

เครื่องนอน ซึ่งนับเป็นอุปกรณ์สำคัญไม่น้อยไปกว่าเต็นท์ เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัววัดเลยว่าคุณจะนอนหลับสบาย หรือไม่หลับตลอดคืน หลายคนอาจคิดว่าการนอนเต็นท์ต้องใช้ถุงนอน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะถุงนอนนั้นใช้เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย เหมาะสำหรับการไปนอนเต็นท์ในฤดูหนาว หรือสถานที่ที่อากาศเย็นจัดเท่านั้น แต่มันไม่สามารถทำให้คุณนอนหลับสบายได้เท่ากับแผ่นรองนอนที่มีความนุ่ม แต่ต้องไม่ยวบยาบขณะพลิกตัว พร้อมกับเตรียมผ้าห่มสักผืน เท่านี้ก็หลับสบายแล้ว

เฟอร์นิเจอร์แคมป์ แน่นอนว่าสิ่งที่คู่กับเต็นท์ และย้ำว่าจำเป็นที่จะต้องมี คือฟลายชี้ต สำหรับกางกันแดด กันฝน กันน้ำค้างยามค่ำคืน

ไฟส่องสว่าง แสงสว่างเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตั้งแคมป์ นอกจากจะอำนวยความสะดวกยามคุณนั่งสังสรรค์ยามค่ำคืนแล้ว ยังช่วยให้คุณมองเห็นสิ่งรอบข้างเต็นท์ขณะเดินไปล้างจ้าน หรือเข้าห้องน้ำได้ด้วย

เครื่องครัว ขาดไม่ได้ เพราะนอนเต็นท์เราต้องทำอาหารทานกันเอง ไม่ว่าจะเป็นเตาสนาม หม้อสักชุด อุปกรณ์ต่างๆ พร้อมวัตถุดิบ ก็เปิดครัวกลางป่ากันได้เลย

 

 

คราวนี้มาถึงขั้นตอนการเลือกทำเลตั้งแคมป์ ซึ่งสำหรับมือใหม่อาจจะยังไม่มีข้อมูลตรงนี้ว่าจะต้องเลือกอย่างไร ตรงไหนดี ลองทำตามคำแนะนำตรงนี้ อาจช่วยให้การแคมป์ปิ้งของคุณเป็นอีกประสบการณ์ที่ดีในชีวิต

  • เลือกพื้นเรียบ ไม่มีกิ่งไม้ หรือของแหลมคม
  • เลือกพื้นที่บริเวณต้นน้ำ หรืออยู่สูงกว่าระดับที่น้ำจะท่วมถึง
  • เลือกทำเลใต้ต้นไม้ ที่สามารถป้องกันลมฝน และได้ร่มเงา
  • เลือกจุดที่แสงสว่างส่องถึง และมีลมพัดผ่านได้

สิ่งไหนบ้างที่เราควรพกไว้เมื่อออกไปแคมป์ปิ้งในฤดูฝน

  • เสื้อผ้าที่เบา บาง แห้งง่าย ไม่อุ้มน้ำ พวกผ้าที่ทำจากเส้นใยโพลิเอสเธอร์ พวกเสื้อกีฬา เสื้อกันฝน และรองเท้าที่กันน้ำได้
  • ถุงกันน้ำ นอกจากกระเป๋าเสื้อผ้าที่กันน้ำได้แล้ว ถุงกันน้ำต่างๆ จะช่วยป้องกันอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราเตรียมไปไม่ให้เปียกได้
  • อาหารสำเร็จรูป เพราะช่วงหน้าฝนแบบนี้เราคาดเดาไม่ได้ว่าขณะเตรียมครัว ตั้งเตาทำอาหาร ปิ้งย่างต่างๆ ฝนจะเทลงมาตอนไหน ดังนั้นติดอาหารสำเร็จรูปไปด้วย กันไว้ในกรณีฝนตกจุดเตาไม่ได้
  • ฟลายชีท จำเป็นมาก เพราะเป็นอุกรณ์เอนกประสงค์ ช่วยป้องกันฝน และแดด ได้อย่างดี

 

แนะนำ!!

    1. รู้หรือไม่ว่าเทคนิกการจุดถ่านที่ดีที่สุด และปริมาณควันน้อย คือคุณต้องหากระดาษสักแผ่น แล้วนำน้ำมันเทลงบนกระดาษ ก่อนที่จะจุดไฟแล้วนำกระดาษนั้นลงไปวางในเตาที่เตรียมถ่าน หรือฟืนสุมไว้เรียบร้อยแล้ว วิธีนี้จะช่วยให้ถ่านนั้นติดง่ายขึ้นมาก

 

    1. หากคุณมีเด็กๆ หรือแกงค์เพื่อนที่พร้อมจะนั่งคุยกันยาวๆ แล้วล่ะก็ ลองเตรียมมาสเมลโล่ไปสักถุง เสียบไม้ แล้วปิ้ง จะช่วยเพิ่มอรรถรสรอบกองไฟให้คุณได้อย่างดีเลยล่ะ

3. หากคุณอยากมีภาพความทรงจำในการแคมป์ปิ้ง ให้เตรียมไฟเย็น หรือจะใช้ไฟฉาย ถือไว้แล้ว  ลองเอามื้อวาดเป็นตัวอักษร หรือรูปต่างๆ ช้า พร้อมกับตั้งกล้องใช้สปีดชัตเตอร์ต่ำๆ เท่านี้ก็จะได้ภาพสวยๆ เก็บไว้เป็นความทรงจำแล้ว

Comments are closed.