Griffin King of The Hammers Presented by Nitto Tire

มือเซียนๆ ออฟโรดเมืองไทยอาจจะยังไม่เคยได้สัมผัสกับเกมการแข่งขันชนิดหลุดโลกในรายการ King of the Hammers ที่จัดขึ้นเป็นประจำปีละครั้งที่ แฮมเมอร์ทาวน์ สหรัฐอเมริกา

มีผู้เข้าชมกว่า 40,000 คน ที่มานอนรอบนพื้นที่ 188,000 Acres ที่จัดสำรองไว้เป็น OHV (Off-Highway Vehicle) ซึ่งปกติพื้นที่แห่งนี้ ใช้สำหรับฝึกทหารนาวิกโยธินของกองทัพสหรัฐ ผู้ชมต้องมารอล่วงหน้ากันเป็นอาทิตย์ เพื่อจะชมการแข่งขัน King of the Hammers (KOH) เพียงวันเดียว

เกมการแข่งขันออฟโรดที่ยากและหฤโหดที่สุดในโลก รถแข่งออฟโรดที่สร้างขึ้นจากทีมต่าง ๆที่เรียกกันว่า “Ultra 4” ต้องเซ็ทมาใช้ความเร็วได้มากกว่า 100 ไมล์/ชม. บนพื้นทะเลทราย (เมื่อเทียบกับ Baja 1000) และรถแข่งทุกคันจะต้องมีอัตราทดเกียร์  100 ต่อ 1 หรือต่ำกว่า เพื่อการขับที่สุด 3 ไมล์/ชม.กับการขับไต่หิน (rock crawling) พร้อมทั้งการใช้ความเร็วสูงในพื้นผิวที่เป็นหินขรุขระ ทุรกันดารยิ่งกว่าผิวโลกพระจันทร์ ซึ่งต้องมีช่วงล่างที่แข็งแกร่งทนทานกับแรงกระแทกของรถระดับ 600 – 1,000 แรงม้า ที่จะต้องทำศึกในระยะทางทั้งหมด 198 ไมล์

โดยมีนักแข่งเดินทางมาร่วมการแข่งขันจาก 31 รัฐของอเมริกา และจาก 8 ประเทศ รวม 159 คัน จบการแข่งขันเพียง 32 คัน คันที่เร็วที่สุดทำเวลาได้ 8 ชม.กว่าๆ และรถที่ทำเวลาเกินกว่า 14 ชม.ถือว่า DNF ไม่จบการแข่งขันรวม 127 คัน ซึ่งส่วนใหญ่รถจะพังพินาศยับเยินในดงหิน หรือบางคันก็ติดอยู่บนดูนในทะเลทรายไม่สามารถจะแข่งต่อได้

การแข่งขันครั้งนี้ เริ่มกันตั้งแต่เช้า 08.00 น.สิ้นสุดปิดการแข่งขันในเวลา 22.00 น.บนพื้นที่ประมาณ 100,000 Acres บริเวณทะเลสาปน้ำแห้ง Soggy Dry Lake, Emerson Dry Lake และบริเวณเทือกเขาที่เป็นเขตต่อเนื่อง จัดเป็นเส้นทางแข่งอันสุดยอดในการแข่งขันช่วงเวลาต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนจะทำการแข่งขันจะมีรอบควอลิฟายเวลาระยะทาง 2 ไมล์ มีรถระดับเซียนไม่ถึง 50 คัน ที่ลงทำการควอลิฟาย ส่วนที่เหลือสตาร์ทตามลำดับที่ประกาศเวลาสตาร์ทแบบ side-by-side ทีละคู่

วิธีการแข่งขันปล่อยรถจากซุ้ม Start/Finish 30 วินาที/คู่ แข่งกัน 3 รอบ (loop) รอบแรก บนเส้นทางทะเลทรายระยะทาง 52 ไมล์(loop 1), รอบที่ 2 ระยะทางบ 67 ไมล์(Loop 2), และรอบที่ 3 ระยะทาง 79 ไมล์ (loop 3) ซึ่งในสองรอบหลังจะต้องผ่านเส้นทางวิบากไต่ขึ้น-ลงภูเขาหินอันหฤโหด ที่เรียกกันว่า Backdoor ซึ่งนักแข่งจะต้องตัดสินใจเองว่าจะวิ่ง Loop ไหนก่อน/หลัง ซึ่งบางคนก็ตัดสินใจลุยทางยากก่อนเลย แต่บางคนก็เลือกจะวิ่งทางที่ยากรอบหลังสุด รวมระยะทาง 198 ไมล์

สำหรับการแข่งขัน King Of The Hammers (KOH) เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2007 ผู้ก่อตั้งคือ Jeff Knoll และ Dave Cole โดยมีผู้คว้าแชมป์ได้ครองมงกุฎจ้าวบัลลังก์ตามลำดับดังนี้

ปี 2007: JR Reynolds / Randy Slawson

ปี 2008: Shannon Cambell

ปี 2009: Jason Scherer / Jason Berger

ปี 2010: Loren Healy / Rodney Woody

ปี 2011: Shannon Cambell

ปี 2012: Erik Miller / Robert Ruggiero

ปี 2013: Randy Slawson / Michael Slawson

ปี 2014: Loren Healy

เซียนออฟโรดจาก New Mexico ลอเรน เฮลี่ ผู้ครองตำแหน่งจ้าวออฟโรด KOH 2010 (King Of The Hammers) กลับมาทวงบัลลังก์คืน เป็นแชมป์ 2 สมัยเป็นรายที่สอง ซึ่งก่อนหน้านี้ แชนนอน แคมเบลล์ เคยคว้าแชมป์ 2 สมัยเป็นคนแรกในปี 2008 และ 2011

หลังเวลาสตาร์ท 08.00 น. Loren Healy ออกเป็นคันที่ 9 ในสองรอบแรกเขาแซงรถทุกคันที่ออกสตาร์ทมาก่อนโดยไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้น ส่วนแชมป์ปี 2013 Randy Slawson มีปัญหาช่วง 30 ไมล์สุดท้าย มีปัญหาสายน้ำมันไฮครอลิกพวงมาลัยพาวเวอร์แตก ต้องจอดซ่อมเสียเวลาไป 2 ชม. ทำให้สองพี่น้องตระกูล Randy/Mike Slawson เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 9 ส่วนรถของ Loren Healy ก็มีปัญหาสายไฟช็อตเกิดเปลวไฟใต้หน้าปัดและหม้อน้ำแตกแต่ก็กลับเข้าพิทมาซ่อม และติดในบนดูนในทะเลทรายแต่ก็มีนักแข่งปลาย ๆแถวช่วยเหลือออกมาได้ (กติกานักแข่งช่วยนักแข่งได้ แต่ห้ามเซอร์วิสเข้ามาช่วยเหลือในเส้นทาง ให้เซอร์วิสได้ใน Service Area เท่านั้น)

 

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.