From Malacca to Northeast Thailand…

2_resize

..ปลายฝน ต้นหนาวปีนี้ผมมีเรื่องราวดีๆ สนุกๆ มาเล่าเรื่อง เรียงความให้อ่านกันอีกครั้งครับ ตามคำเชิญของ เฮียอ๊อด จากชมรมกระทิงดง 4WD อุดรธานี ล่วงหน้าเป็นเดือน ระหว่างรอช่วงจังหวะที่เหมาะสมกับภารกิจของแต่ละคน ก็ประจวบเหมาะกับหย่อมความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่นดินใหญ่ ก็ล่องลอยมายังไทยแลนด์เรียบร้อย ส่งความฉ่ำชุ่ม ชื้นแฉะ มายังอีสานแบบเต็มๆหลายวัน หนักหน่อยก็เป็นทางภาคเหนือ ที่มีน้ำป่าไหลหลากสร้างความเสียหายไปไม่น้อย

3_resize

ทริปนี้ผมใช้เวลาเดินทางจากจังหวัดกาฬสินธุ์กว่า 200 กิโลเมตร สู่ จ.หนองบัวลำภู โดยมีเพื่อนๆ พี่ๆ ลุงเปี๊ยก พี่อ๊อด พี่เทวิน ลุงแหลม  ลุงดิสส์ อ้ายต๊ะ อ้ายอึ่ง เสี่ยหนึ่ง ผู้กองหำโต้  จาก ชมรมกระทิงดง 4WD อุดรธานี , ชมรมลำโขง ออฟโรด , ชมรมคนท่องป่า 4×4 สกลนคร, ชมรมกาฬสินธุ์ออฟโรด และชมรมลาวออฟโรด จาก สปป.ลาว  รอต้อนรับอย่างอบอุ่นเช่นเคยครับ  จุดหมายนัดแนะกันเพื่อพิชิตเส้นทางช่องแคบมะละกา แห่งเมืองหนองบัวลำภูนี้ให้ได้ในวันเดียว เพราะเส้นทางนี้เคยมีกลุ่มออฟโรดในอดีตเคยสัมผัสมาแล้ว แต่ไม่จบ     ทริป เนื่องจากความพร้อมของรถและสภาพดิบเถื่อนของเส้นทาง..น่าลองครับ

4_resize

จากคำบอกเล่าสภาพเส้นทางโดยรวมที่เหมือนกับอีสานทั่วไป ดินโคลนไม่ลึกแต่ลื่น ร่องน้ำ โขดหิน  มีให้นักขับรถออฟโรด แสดงทักษะกันได้อย่างเต็มที่ อย่างไม่ประมาท..

5_resize

จากเมืองอุดรธานี  ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 210  สู่ จ.หนองบัวลำภู ประมาณ 30 ก.ม. จะสังเกตเห็น ทางเข้า อ่างเก็บน้ำชลประทาน จ.หนองบัวลำภู อยู่ขวามือ เป็น สวนสาธารณะภูพานทอง (Phupan Thong Public Park) จุดสังเกต นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของทริปนี้ เราใช้เวลาทักทาย วางแผน ตรวจความพร้อมรถ ถ่ายภาพร่วมกัน ครู่เดียว ก่อนเดินทางเลาะริมอ่างฯตามเส้นทางเลี้ยงวัวของชาวบ้าน อิทธิพลของน้ำฝนตลอดอาทิตย์ เส้นทางเจิ่งน้ำ ดินโคลนโผล่ มอส เฟิร์นชุ่มฉ่ำ สดใสมากตลอดเส้นทางก่อนถึงร่องน้ำขาด ที่พลังน้ำซัดเอาท่อซีเมนต์ขนาดเมตรหักขวางคลองอยู่ ต้องงัดทักษะออกมาให้ดี ไม่อย่างนั้นมีหวังพลิกเอาง่ายๆ การทำตามเนวิเกเตอร์ เป็นสิ่งที่ต้องทำมาก ต้องขอบคุณเสี่ยต้อม กระทิงดง 4WD ที่ทำหน้าที่นี้ตลอดทริป  อึดจริงๆ…

12_resize

ผืนป่าแห่งนี้ เป็นเขตป่าชุมชนที่นับว่าอุดมสมบูรณ์มากพอสมควร เพราะจะเห็นแต่การเลี้ยงสัตว์ของชาวบ้านเท่านั้นที่ใช้บริการป่าผืนนี้ การบุกรุกทำกินลึกเข้าไปในป่าไม่ค่อยเห็น นับเป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่น่ายกย่อง  เราใช้เวลาเดินทางตามร่องเขา สูงบ้าง ต่ำบ้าง หลบต้นไม้ ก้อนหินเล็กใหญ่ กว่า 2 ชั่วโมง ก็มาถึงสะพานหินที่คอยดักล้อขนาด 35 นิ้วไว้อยู่หมัด ต้องออกกำลังกันอีกครั้ง  และ…รอดทุกคัน!!  ค่อย มุดป่า คล่อมตอ หินลอยเป็นช่วงๆ กว่า 1 ชั่วโมง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาจากบ้านเมื่อเช้า เล่นเอาผมง่วงมาทันที ยังดีที่มี  อ้ายอึ่ง จาก สปป.ลาว ดีกรีผ่านสังเวียน  RFC 2014 ที่เวียดนามมาหมาดๆ นั่งเป็น  Co-Driver ให้

13_resize

…เราหยุดรถ 4WD ไว้ เพื่อสำรวจร่องทางที่หายไป กลายเป็นอุโมงค์ โพรงหญ้า และร่องตัว V ต้องขนาดเท่าร่างแมงหวี่จะผ่านได้  นี่หรือเป็นที่มาของ “ช่องแคบมะละกา”  คันแรก เฮียอ๊อด กระทิงดง มือเก๋าแห่งเมืองอุดรฯ ขอลองก่อน มิวายต้องลงแส้ ม้าขาวให้ทะยาน ครั้งแล้ว ครั้งเล่า เหาะกี่ครั้งก็ไม่ไหว ทั้งโหน ทั้งลากทั้งเบียด ต้องวินช์ช่วย จนผ่านอุปสรรคไปได้ ท่ากลางเสียงภาวนา และให้กำลังใจจากเพื่อนๆว่า “คว่ำๆๆๆๆ”

14_resize

ส่วนเจ้ามังกรแดง จากอู่ดิส เซอร์วิส  สกลนคร ยังไม่ทิ้งลายมือหนึ่งของสกลนคร  ลีลายังดีทั้งๆ ที่ไปหลอกสาวลาว มาเป็นคู่ชีวิตสำเร็จทั้งคืน (อิอิ…) แต่ช่วงล่างกว้างๆ ของซาฟารี บนกระดองซูซูกิ มันสร้างความลำบากให้เขาพอสมควรกับช่องแคบๆ แบบนี้ และที่เด็ดกว่านั้นเราสามารถหลอกล่อเอานักขับออฟโรดมือดีของ สปป.ลาว คือ อ้ายต๊ะ  และอ้ายอึ่ง มาเป็นเด็กลากวินซ์ จนจบทริปแบบสะใจไปเลย เพราะเห็นว่าไป RFC มาแล้ว 2 ครั้ง ใช้จนคุ้ม แต่ทริปหน้า  ไปนครเวียงจันทร์  ก็ตัวใครตัวมันนะครับ พี่อ๊อด

15_resize

16_resize

เนินสุดท้ายของช่องแคบมีต้นไม้ขนาดยักษ์ เบียดซ้าย และก้อนหินขนาด 2 ตัน ดักล้อไว้ งานนี้ไม่ธรรมดาที่จะใช้ทักษะพื้นๆ ขับผ่านไปได้ ต้องโยกตั้งลำ และเลี้ยงรอบเครื่องให้ดี ไม่งั้นก็หล่นแผละมาก้อนหินเหมือนเดิม ตัวเลือกสุดท้ายก็คือ วินซ์ เหมือนเดิมหลังจาก  3 เทคออฟ  ต่อไปอีกกว่า 50 เมตร เนินยาว ลื่น ชัน ปลายเนินช่องแคบยังมีก้อนหินขนาดมหึมา มิดหลังคารถคอยเบียดกระจกและหลังคา หากใครตะบี้ตะบันอัดคันเร่งขึ้นไป โดยไม่มองเนวิเกเตอร์  เราผ่านช่องแคบมะละกามาได้ แบบไม่ช้ำกันมาก แต่กระนั้นก็ผ่านออกมาได้แค่ 4 คัน จาก 6 คัน เพราะต้องสังเวยทริปนี้ตั้งแต่ด่านท่อขาด  ทริปนี้ เส้นทางถือว่าใช้ได้ทีเดียวครับ หากจะค้างคืนก่อนเดินทางเข้าป่า สามารถทำได้ที่บริเวณสันเขื่อนชลประทาน แห่งนี้ได้ มีบ้านพักรับรองครับ หรือจะพักที่ในเมืองหนองบัวลำภู ที่ห่างออกไปเพียง 10 ก.ม. ได้

17_resize

18_resize

เวลาประมาณ 17.00 น. เราก็ทะลุออกมายังหมู่บ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนทัน อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งจะพบทางเข้าไปยังบริเวณที่พบ ซากฟอสซิลหอยล้านปี เป็น ฟอสซิสหอยทะเล ดึกดำบรรพ์ ยุค “จู ราสสิค” มีอายุราว ๑๔๐ – ๑๕๐ ล้านปี ลักษณะของฟอสซิสเป็นหอยกาบคู่ ที่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์จำนวนมาก มีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ บางตัวมีน้ำหนักถึงประมาณครึ่งกิโลกรัม เป็นหอยทะเล ชนิดหนึ่ง แสดงว่าบริเวณสุสานหอยนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน พบบนหน้าผาของภูเขาสูง ประมาณ 50 เมตร จากการศึกษาทางธรณีวิทยา บริเวณดังกล่าวเป็นกลุ่มหินโคราช หน่วยภูกระดึง ประกอบด้วยหิน ชนวน หินทรายและกวาดปนอยู่ด้วย บริเวณใกล้เคียง ยังพบซากกระดูกจระเข้โบราณ เศษหินจาไม ก้า และแร่ธาตุบางชนิดอีกด้วย

19_resize

20_resize

ชมรมกระทิงดง 4WD อุดรธานี ยินดีต้อนรับเพื่อนๆ ออฟโรดทั่วไทยนะครับ ทริปตะลุยช่องแคบมะละกา  จะสร้างมนต์เสน่ห์ให้เมืองหนองบัวลำภู เช่นเดียวกับออฟโรดยุคแรกๆ เช่นที่ ภูช่อฟ้า ให้ติดลมบนเส้นทางออฟโรด ที่สั้นๆ ได้ใจความ  ชัดเจน และได้มิตรภาพแน่นอนครับ และยังมีเวลาเหลือๆ เข้าชม พิพิธภัณฑ์หอยหินล้านปี  จ.หนองบัวลำภู ได้อีกด้วย  ติดต่อ เฮียอ๊อด  สุวิทย์  สาวิสัย (085-094-1333) และประธานชมรม ผู้กอง ออโต้ (085-459-7676) ได้ตลอดเวลาครับ

22_resize

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย นิตยสาร ออฟโรด : www.grandprix.co.th/offroadmagazine
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์  รถจักรยานยนต์ รถใหม่ ไดที่ www.grandprix.co.th

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.