Continental สร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมด้วยยานยนต์ปลอดมลพิษ

  • ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ คอนติเนนทอลจะทำให้ธุรกิจการขับเคลื่อนปลอดมลพิษทั่วโลกมีคาร์บอนเป็นศูนย์อย่างสมบูรณ์แบบภายในปี 2564 เพื่อสนับสนุนความยั่งยืน
  • การผลิตของคอนติเนนทอลทั้งหมดจะมีปราศจากคาร์บอนภายในปี 2583 และในทุกธุรกิจอย่างช้าที่สุดภายในปี 2593
  • องค์กรอิสระด้านพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ยืนยันแล้วว่า โครงการของคอนติเนนทอลสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของปารีส

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ณ เมืองฮันโนเวอร์ คอนติเนนทอลได้ใช้แผนงานด้านความยั่งยืนที่สมบูรณ์แบบที่สุดในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งเป็นเส้นทางไปสู่มาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมระดับโลกที่จะให้ธุรกิจรถยนต์ รถประจำทางและยานพาหนะอื่นๆที่ปลอดมลพิษทั่วโลกมีค่าการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนต้นน้ำไปจนถึงกระบวนการผลิต ตลอดจนการรีไซเคิลเมื่อหมดอายุการใช้งาน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ปราศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

คอนติเนนทอลตอกย้ำการเติบโตในตลาดการขับเคลื่อนไร้มลพิษอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งการริเริ่มยานพาหนะปราศจากก๊าซคาร์บอนเป็นเพียงหนึ่งในขั้นตอนแรกจากขั้นตอนทั้งหมดของโครงการเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ 100 เปอร์เซ็น และให้การขับเคลื่อนปลอดมลพิษ 100 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและห่วงโซ่มูลค่าอย่างมีความรับผิดชอบเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้ภายในปี 2593

มร. ปีเตอร์ รางเคิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคอาเซียนกล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน ด้วยแผนงานที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานแน่ชัดให้กับอุตสาหกรรมการขับเคลื่อนทั้งหมด ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่มีวิธีการทั้งหมด แต่เราก็ได้กำหนดกรอบให้กับตัวเราเองและคู่ค้า ซึ่งความยั่งยืนนั้นเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนนวัตกรรมของคอนติเนนทอลมาอย่างยาวนาน แต่จากนี้ไปมันจะกลายเป็นก้าวสำคัญและเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของเรา เราจะวางรากฐานความมั่นคงให้กับความยั่งยืนเพื่อให้แตกต่างกับเจ้าอื่นๆในอุตสาหกรรม ที่จะให้ผลกำไรเติบโตและมีข้อได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง ธุรกิจที่ยั่งยืนคืออนาคตที่แสดงให้เห็นทัศนคติภายในและวิธีคิดที่ก้าวหน้า”

กำหนดเป้าหมายความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนในอนาคต

โครงการไร้ก๊าซคาร์บอนเพื่อยานยนต์ปลอดมลพิษของคอนติเนนทอลเป็นการเชื่อมช่องว่างระหว่างการขับเคลื่อนปลอดมลพิษและการลดก๊าซคาร์บอนให้เป็นศูนย์ ซึ่งเป็นสองสิ่งที่สัมพันธ์กัน โดยที่การขับเคลื่อนปลอดมลพิษด้วยยานพาหนะที่ท่อไอเสียไร้ควันพิษ ควรจะต้องรวมถึงการขับเคลื่อนที่ปราศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนด้วย Dr. Steffen Schwartz-Höfler หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืนของคอนติเนนทอลกล่าวว่า “เส้นทางสู่การขับเคลื่อนที่ปราศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นเหมือนการรวมกันของการวิ่งระยะสั้นด้วยการทำให้ยานยนต์ปลอดมลพิษทั่วโลกปราศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอน และการวิ่งมาราธอนด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับตลาดการขับเคลื่อนปลอดมลพิษที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต”
โปรแกรมต่างๆ ที่เป็นกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศของคอนติเนนทอลมีดังนี้
1) พ.ศ. 2563 ไฟฟ้าทั้งหมดในบริษัทมาจากพลังงานหมุนเวียน
2) พ.ศ. 2583 กระบวนการในการผลิตทั้งหมดจะมีคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์
3) พ.ศ. 2593 คอนติเนนทอลตั้งเป้าที่จะให้คาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ในทุกๆธุรกิจ จากห่วงโซ่คุณค่าหนึ่งไปสู่อื่นๆ

โดยเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของคอนติเนนทอลนั้นได้รับการยืนยันจากองค์กรพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (SBTi) อย่างเป็นทางการแล้วว่าสอดคล้องกับข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศของปารีส เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของปารีสจำเป็นจะต้องมีสองสิ่ง นั้นก็คือการเปลี่ยนแปลงไปสู่การขับเคลื่อนปลอดมลพิษและธุรกิจที่ปลอดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยสิ้นเชิง

การศึกษาด้านการขับเคลื่อนส่งเสริมความสำคัญของการยอมรับโครงการขับเคลื่อนไฟฟ้า

การศึกษาด้านการขับเคลื่อนของคอนติเนนทอลล่าสุดยืนยันได้ว่าการขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ปลอดมลพิษมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่ายอดการจองในประเทศเยอรมนียังคงชะลอตัวแต่แนวโน้มก็ยังคงมีต่อไป โดยประชาชนจากหนึ่งในสามยังมีความคิดที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า และในประเทศจีนซึ้งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดก็มีจำนวนประชาชนมากถึงร้อยละ 86 ที่สนใจ อย่างไรก็ตามคำวิจารณ์เกี่ยวกับการขับขี่แบบไร้มลพิษทำให้เกิดข้อเท็จจริงว่ากระบวนการผลิตชิ้นส่วนรถเองนั้นก็ไม่ได้มีค่าคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ จึงทำให้เป็นเหตุว่าประชาชนหนึ่งในสามของประเทศเยอรมนีไม่สนใจที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า จากข้อกังขาเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับหนึ่งส่วนสีของชาวฝรั่งเศส ซึ่งแตกต่างกับสถานการณ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ญีปุ่นและจีน ที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าเพียงแค่ร้อยละ 11 ในสหรัฐอเมริกา และต่ำสุดเพียงร้อยละหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น คอนติเนนทอลจึงพยายามผลักดันยอดการจองรถด้วยโครงการไร้ก๊าซคาร์บอนเพื่อยานยนต์ปลอดมลพิษ

ขั้นแรกที่สำคัญ: การทำให้ผลผลิตมี CO2 เป็นศูนย์สู่ “การปราศจากมลพิษ”

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการไร้ก๊าซคาร์บอนเพื่อยานยนต์ปลอดมลพิษ ดังนั้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับยานพาหนะปลอดมลพิษ อย่างเช่นรถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึง ระบบขนส่งเซลส์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนและรถราง จะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างสิ้นเชิงในปี 2565 เป็นต้นไป โดยการปลอดมลพิษตั้งแต่ขั้นตอนแรก ด้วยเหตุนี้มลพิษที่เกิดจากกระบวนการผลิตและการรีไซเคิลก็จะหมดไปเช่นกัน การปรับสภาพส่วนใหญ่มาจากการปลูกต้นไม้หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งจะมีการประเมินว่าวิธีใดจะนำไปสู่ความเป็นคาร์บอนสุทธิเท่ากับศูนย์ ด้วยการคำนวณค่า CO2 ในรายงานความยั่งยืนและรายงานประจำปีล่าสุด โดยจะมีคัดสรรผู้ที่เข้ามาดำเนินโครงการนี้ในปีหน้า

คอนติเนนทอล เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับผู้ใช้ยานยนต์ และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำ ในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ ผู้จัดจำหน่ายยานยนต์ระหว่างประเทศ ผู้ผลิตยางคุณภาพ และคู่ค้าทางธุรกิจในภาคอุตสาหกรรม คอนติเนนทอลนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีความปลอดภัยสูง พร้อมความสะดวกสบาย ปรับการใช้งานได้ตามความต้องการ และราคาเหมาะสม คอนติเนนทอลประกอบไปด้วยธุรกิจ 5 กลุ่ม คือ ธุรกิจช่วงล่างและความปลอดภัย ธุรกิจอุปกรณ์ภายในรถยนต์ ธุรกิจระบบขับเคลื่อน ธุรกิจยางรถยนต์ และธุรกิจยางเฉพาะทางอิลาสโทเมอร์ ซึ่งมียอดขายรวม 44.5 พันล้านยูโรในปี 2562 ปัจจุบัน คอนติเนนทอลมีพนักงานกว่า 233,000 คนใน 59 ประเทศทั่วโลก ซึ่งองค์กรจะครบรอบ 150 ปีในปี พ.ศ. 2564 นี้

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.