ไต้หวันเมืองไทย ณ คลองสามวา

ในช่วงเวลาที่ยังเดินทางออกต่างประเทศไม่ได้ หลายคนมองหาที่เที่ยวใกล้บ้าน ซึ่งบางครั้งเวลาอาจไม่พอให้เดินทางไปถึงต่างจังหวัด เราจึงมีวัดแห่งหนึ่งมาแนะนำ และไม่ได้อำกันแน่นอนว่าเมื่อไปเยือนวัดแห่งนี้แล้ว เสมือนว่าคุณได้บินไปเที่ยววัดอันสวยงามที่ประเทศไต้หวันกันเลยทีเดียว

“โฝวกวงซัน” หรือสถาบันพุทธศาสนา เถรวาท-มหายาน วัดโฝวกวงซัน คือจุดหมายของเราในทริปนี้ เพราะเราถวิลหาบรรยากาศต่างประเทศจนทนไม่ไหว แต่ก็ลืมไปว่าในไทยเองก็มีความงดงามของสถาปัตกรรมจีนซุกซ่อนอยู่ ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้ เป็นวัดสาขาที่มาจากไต้หวันโดยตรง ตั้งอยู่ชานเมือง ที่การจราจรไม่แออัดบนถนนคู้บอน เขตคลองสามวา ในกรุงเทพนี่เอง

โดยครั้งนี้ เราได้พาหนะคันใหญ่อย่าง Nissan TERRA เป็นผู้นำพาเราไปท่องเที่ยวในทริปนี้ ซึ่งคันนี้เป็นรถเอนกประสงค์คันใหญ่ที่มอบความสะดวกสบายให้กับคนขับ และผู้โดยสารอย่างแท้จริง ด้วยห้องโดยสารที่กว้าง นั่งสบาย สามารถนั่งได้ถึง 7 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่ Leg Room ที่กว้างขวาง ไม่อึดอัด ช่องปรับอากาศที่กระจายได้ทั่วถึง การขับขี่ก็คล่องตัว แม้ว่าจะเป็นรถขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีจอ 360 องศา ให้ผู้ขับมองเห็นได้รอบทิศทาง ทำให้ไม่ต้องกังวล แม้ว่าช่องจอดจะแคบขนาดไหน ซึ่งต้องยอมรับว่า Nissan TERRA เป็นรถที่ดี ทั้งสมรรถนะ และอรรถประโยชน์ที่คบครันเหมาะสมสำหรับทุกครอบครัว

ความเป็นมาของวัด “โฝวกวงซัน”

วัดแห่งนี้เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ก่อตั้งขึ้นภายใต้การนำของพระคุณเจ้า พระเถระซิงหวิน เมื่อ พ.ศ. 2510 ณ เมืองเกาสง ไต้หวัน มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาให้แพร่หลายไปทั่วโลก โดยยึดหลักให้การศึกษาในการพัฒนาบุคคล สืบสานวัฒนธรรมในการประกาศพุทธธรรมคำสอน บำเพ็ญกุศลในการช่วยเหลือพัฒนาสังคม เน้นการปฏิบัติธรรมในการจรรโลงซึ่งจิตใจ โดยขยายการพัฒนาไปสู่ประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยผ่านวัดสาขากว่า 200 แห่งทั่วโลก โดยกรุงเทพฯ ก็เป็นหนึ่งใน 200 สาขา เพื่อให้คนไทยที่ยังไม่ได้มีโอกาสไปเยือนไต้หวัน ได้สัมผัสกับความงดงามของสถาปัตกรรมจีนไต้หวันนั่นเอง

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด “โฝวกวงซัน”

ภายในวัดนั้นมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทพหลายองค์ให้กราบไหว้ขอพร ทั้งรูปหล่อพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระประธานทั้ง 3 พระองค์ สักการะพระแม่กวนอิมองค์ใหญ่ ขอพรเหล่าเทพเทวาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมและพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยงที่สวยงามน่าสนใจ

ภายในวัดแห่งนี้ ถูกออกแบบพุทธวิหารทั้งหมดภายใต้ศิลปะแบบไต้หวัน​ผสมผสานจีน ประกอบไปด้วย พระอุโบสถ วิหารพระอวโลกิเตศวร เจดีย์พุทธรังษี ห้องวิปัสสนา หอฉัน ห้องเรียนพุทธศาสนา ห้องประชุม เรือนรับรอง กุฏิพระ หอพระไตรปิฎก (ห้องสมุด) หอระฆัง และหอกลอง เป็นต้น รวมทั้งลานจอดรถและสวนดอกไม้ เมื่อเข้าไปข้างในให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในประเทศจีน หรือไต้หวัน บรรยากาศคล้ายกำลังเดินเข้าไปในพระราชวังจีน

เมื่อเดินทางไปถึงด้านหน้า สามารถเลี้ยวรถเข้าไปทางประตูเล็ก ที่มีป้อม รปภ. เพื่อนำรถเข้าไปจอดภายในบริเวณวัดได้ พร้อมกันนี้ยังสามารถจอดรถได้บริเวณไหล่ทาง รอบๆ ตัววัดอีกด้วย สำหรับใครที่จอดด้านหน้า ก็จะสะดวกหน่อย เพราะลงจากรถแล้วสามารถเดินเข้าจากประตูด้านหน้าที่เป็นโถงรับรองได้เลย โดยเมื่อก้าวบันไดสู่ทางเข้าด้านในจะเป็นโถงรับรอง จะพบกับ “ไมตรียกุมารสต” (พระศรีอริยเมตไตรย 100 กุมาร) ซึ่งวัดในจีนมักจะประดิษฐานองค์พระศรีอริยเมตไตรยไว้ที่ประตูบรรพตทางด้านหน้า เนื่องจากด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของท่านนั้น เพื่อคอยต้อนรับพุทธศาสนิกชน รวมถึงเพื่อการอยู่รวมกันอย่างสงบสุข นำไปสู่โชคลาภความเจริญรุ่งเรือง

ความงดงามของวิหารกลาง

หลุดออกจากห้องโถงชั้นแรกไป คุณจะพบกับความอลังการ พร้อมความงดงามของวัดแห่งนี้ ราวกับวัดในไต้หวันอย่างไรอย่างนั้น โดยบริเวณด้านข้างทั้งสองฝั่งคือ “ท้าวจตุมหาราชา” หรือเรียกกันว่า “มหาจตุวัชระ” โดยตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนานั้น ทรงเป็นธรรมบาลผู้พิทักษ์รักษาคุ้มครอง ซึ่งตามคติทางพระพุทธศาสนานั้น ในจตุรทิศทรงมีธรรมบาลคอยพิทักษ์คุ้มครองรักษาอยู่โดยรอบ ซึ่งในพุทธวิหารตามวัดวาอาราม จะสร้างเป็นประติมากรรมขนาดใหญ่ ประดิษฐานไว้บริเวณประตูบรรพตทางเข้าเบื้องหน้า โดยแยกประดิษฐานอยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวา ก่อนเข้าถึงชั้นวิหารกลาง เราจะเห็นกำแพงสีขาวที่ถูกแกะสลักอย่างประณีตเป็นรูปมังกรสีขาวโดดเด่นเป็นศูนย์กลางของทุกสายตาของผู้มาเยือน

ภายในวิหารกลางอันโอ่อ่านี้เอง เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นองค์พระประธานทั้งสามองค์ สีทองสวยงามอร่ามตา รวมทั้งมีลวดลายแกะสลักอันอ่อนช้อยของเจ้าแม่กวนอินประดับบนกำแพงขนาบข้างองค์พระ ริมผนังโดยรอบจะมีช่องขนาดต่างๆ วางองค์พระหลากหลายขนาดประดับอยู่ ส่วนริมผนังด้านนอกตกแต่งด้วยแผ่นกระเบื้อง ฐานวิหารเป็นเป็นหินแกะสลักรูปดอกไม้สวยงาม เมื่อเดินชมรอบวิหารจะพบกับวิหารพระกษิติครรภ์และวิหารพระศากยมุนีตั้งอยู่บริเวณด้านหลัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่ดีที่สุดของวัดเพื่อชมองค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ด้านหลัง

ขอพรองค์เจ้าแม่กวนอิมอันงดงาม ใน“วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์”

อีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาดเลยคือ “วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์” หรือบริเวณองค์เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่สีทองตั้งสูงสง่างาม รวมถึงมีรูปปั้นเทพจีนประดับอยู่รอบๆ ภายในเป็นห้องแอร์ มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมประดิษฐานอยู่ตรงกลางวิหาร ทั้ง 4 ปาง ได้แก่ ปรางค์ประธานบุตร ปางประทานพร ปางประทานทรัพย์ และปางประธานโชคลาภ โดยรอบนอกของวิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ จะประดับตกแต่งเป็นสวนสวยขนาดย่อม ให้ผู้มาเยือนได้มาเดินผ่อนคลายหรือถ่ายรูปกับบรรยากาศอันงดงามของบริเวณวัดไทยสไตล์ไต้หวันแห่งนี้

 

 

 

Comments are closed.