เมื่อคนกับสัตว์ใกล้ชิดกันที่ศรีราชา

“การที่เราตั้งใจอะไรไว้ แล้วไม่ได้ทำ ไม่ได้ไป ไม่ได้ดู มันขัดอารมณ์เราอย่างยิ่ง”

เกริ่นอย่างนี้ เหมือนทั้งเคยสมหวังหรือผิดหวังมาแล้ว กับตัวเอง เมื่อเราหวนระลึกตอนอายุสิบขวบ คุณพ่อเคยพาไปดูสัตว์ที่สวนสัตว์ดุสิต ซึ่งตอนนั้นเราได้ยินคุณพ่อบอกเรากับพี่ๆ ว่า

“ปิดเทอมถ้าใครสอบไม่ตก พ่อจะพาไปเขาดิน ไปดูลิง ดูหมี ดูชะนีกระโดดโลดเต้น เราจะให้แม่ทำกับข้าวใส่ปิ่นโต ไปนั่งเสื่อริมสระน้ำซึ่งมีลำโพงขยายเสียงอยู่กลางน้ำ และมีเรือตูมที่ปล่อยจากกระดานลื่นที่สูงมายังสระน้ำด้วย

โอ้โฮ! พ่อพูดเสียยืดยาว จนเราเนื้อเต้นที่จะได้ไปเที่ยวเขาดิน ซึ่งตอนนั้นมีแต่สัตว์ในประเทศไทยเท่านั้น

โตมาอีกนิด ไปชมการประกวดชายงาม เบ่งกล้ามกันเต็มที่ มีประกาศว่าใครจะลงแข่งขันประเภทเยาวชนเชิญหลังเวที เจ้าเพื่อนๆ เชียร์กันใหญ่ให้เราไปประกวด ทนเสียงเชียร์จากเพื่อนไม่ไหว ทั้งๆ ที่รู้ว่าเราเพิ่งเล่นกล้ามใหม่ๆ ไม่เกินปี เอาวะ ประกวดก็ประกวด (เสียดายรูปที่เขาถ่ายไว้ ไปกับพี่น้ำท่วมหมด)

มีแข่งกัน 6-7 คน ก็ขึ้นไปเบ่งกล้าม เรานั้นไม่เคยแข่งกับเขา ก็เก้ๆ กังๆ แต่เชื่อไหมล่ะ เมื่อประกาศผล เราชนะ ได้รางวัลด้วย ดีใจกันทั้งก๊วน

ที่เกริ่นเสียยาวก็อยากจะบอกว่า สวนสัตว์ที่ดังที่สุดในประเทศไทยคือเขาดิน ที่มีภูเขาเตี้ยๆ อยู่กลางบริเวณ ข้างๆ สระน้ำนั่นเอง

จริงๆ แล้วมนุษย์กับสัตว์นั้น มันอยู่คู่โลกกันมานานแล้ว เพราะเรามันพวกสัตว์ประเสริฐที่มีอารยธรรม มีการพัฒนา และมีสมองที่จะคิดค้นดำเนินชีวิตได้มากกว่าสัตว์ บรรพบุรุษของเราก็คือ “ลิง” นั่นเอง

การที่คนกับสัตว์จะอยู่ด้วยกัน เห็นจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่สัตว์หน้าขนมักไม่ค่อยน่าไว้วางใจ คนก็เอามาเลี้ยงได้และเชื่องก็มี แถมเอามาใช้งานเสียอีก เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย และสัตว์ร้ายๆ ก็เอามาขังกรงให้คนชม อย่างที่ “องคการสวนสัตว์” ซึ่งมีทั้งที่กรุงเทพฯ ศรีราชา เชียงใหม่ นครราชสีมา สงขลา ขอนแก่น และคชลักษณ์ที่สุรินทร์ เพิ่มขึ้น เพื่อนำสัตว์ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาบริการให้เข้าชม ซึ่งองค์การสวนสัตว์เป็นองค์การในพระบรมราชานุเคราะห์ ทำให้พวกเราได้มีแหล่งเลี้ยงสัตว์ให้ได้ชมกันมากขึ้น

ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวนั้น จัดรูปแบบของสัตว์เก๋ไก๋ โดยให้มีชีวิตที่อิสระ ไม่ต้องถูกขังในกรง แต่ก็วางมาตรการอย่างรัดกุมสำหรับสัตว์ร้าย แต่สำหรับสัตว์ที่ได้ใกล้ชิดคนจนสามารถป้อนอาหารได้มีอยู่จำนวนมาก ทำให้ผู้ไปชมได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน โดยเฉพาะเด็กๆ

ที่หุบเสือป่า เสือทั้ง 15 ชนิด อวดร่างกันอย่างเต็มที่ เสือโคร่งไทย เบงกอล เสือขาว ไซบีเรีย เสือดาว เสือปลา จากัวร์ ลายเมฆ มีรถพ่วงพาชมพร้อมบรรยาย

สัตว์ป่าแอฟริกาก็น่าตื่นตาตื่นใจนะ แรดขาว ยีราฟ สิงโตขาว ม้าลาย อิมพาลา ละมั่ง กวางป่า กวางดาว เยอะแยะไปหมด

ตัวกินมดมักจะหนี เพราะอายหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็พอแอบถ่ายภาพได้นะ พระเอกน่าจะเป็นค่างห้าสีที่มีคนมาชมและถ่ายรูปกันมาก ฮิปโปนั้นน่ากลัวแต่ตัวเล็กๆ ที่ชื่อฮิปโปแคระนั้นน่ารักจังเลย มันอยู่ร่วมกับปลาโดยไม่ทะเลาะกัน ได้เป็นร้อยๆ ตัว แต่เจ้าจระเข้เคย์แมนนั้นสงบนิ่งอยู่ในตู้กระจกร่วมกัน

ตัวที่ซนเห็นจะเป็นแมวน้ำที่เห็นได้ทั้งใต้น้ำ ปริ่มน้ำ และบนบก แต่ที่เด็กๆ กรี๊ดกร๊าดน่าจะเป็นเจ้าเพนกวินที่เดินเตาะแตะเหมือนเด็กสวมชุดราชปะแตนเรียงกันมา แหวกว่ายในสระที่มีผู้ชมมากที่สุด

ฝูงนกกระทุง นกปากห่าง นกกระสาตัวใหญ่ บินฉวัดเฉวียนอยู่ตลอดเวลา เพราะมีอาหารที่ทางสวนสัตว์ให้ตามเวลาและคนชมให้อย่างสนุกสนาน นกกระจอกเทศนั้นส่ายหัวไปมาเมื่อมีสิ่งเคลื่อนไหวอย่างสนใจ

ไฮไลต์ที่ทุกคนไม่ควรพลาดคือการแสดงของสัตว์ตามธรรมชาติ เหมือนชีวิตจริงของเขา มีทั้งนก สิงโต หมีขอ เสือขาว เสือโคร่ง ตื่นเต้นจริงๆ ในช่วงกลางคืนก็จะเห็นชีวิตสัตว์เดินทางไปชมโดยรถพ่วงที่จำกัดแสงทุกชนิด นอกจากของไกล์เท่านั้น

เรานอนพักกันหนึ่งคืนกับบรรยากาศบนยอดเขาที่เช้าเห็นแสงอาทิตย์ไกลสุดสายตา มีนกมาปลุกยามเช้า สวนสัตว์เปิดศรีราชาเป็นหนึ่งใน “องค์การสวนสัตว์” ที่ประเทศภาคภูมิใจ

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.