สิ้นปีนี้เชฟโรเลตจะยุติทำตลาด แต่ “โคโรลาโด เทรลบอส” ยังคงน่าเป็นเจ้าของ

เป็นที่ทราบกันแล้วว่า เจนเนอรัล มอเตอร์ส จะยุติการจำหน่ายรถยนต์ เชฟโรเลต ในประเทศไทย ภายในสิ้นปี 2563 แต่ยังยืนยันที่จะมีบริการหลังการขายและดูแลลูกค้าต่อไป ทั้งในเรื่องของการรับประกันคุณภาพรถยนต์, การซ่อมบำรุง และการบริการต่างๆ ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งจากเชฟโรเลตทั่วประเทศ

นั่นหมายความว่า แม้ เจนเนอรัล มอเตอร์ส จะโบกมือลาไทย..แต่ยังคงมี บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ยังคงดำเนินกิจการต่อเพื่อดูแลลูกค้าเชฟโรเลตต่อไป ฉะนั้น ลูกค้ารายเดิมและรายใหม่สามารถมั่นใจได้ว่า รถเชฟโรเลตที่คุณเป็นเจ้าของอยู่นั้นยังคงได้รับการดูแลเหมือนเช่นปกตินั่นเอง

นั่นเป็นที่มาว่าทำไมถึงย้อนกลับมาเขียนถึงเชฟโรเลตกันอีกครั้ง..ต้องบอกตามตรงว่าก่อนหน้านี้ได้ยืมเชฟโรเลต โคโรลาโด เทรลบอส (Trail boss) มารีวิว แต่พอส่งรถคืนได้ไม่ถึงสัปดาห์ก็มีข่าวการหยุดทำตลาดของเชฟโรเลตในไทย ตอนนั้นงง ไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว แต่แล้วสถานการณ์โควิด-19 กลับมาซ้ำตลาดรถไทยให้ตัวเลขยอดขายติดลบ ซึ่งทุกค่ายยอดตกกันหมด มีเพียงสองค่ายที่ตัวเลขยังพอไปได้นั่นคือ ซูซูกิ กับ เชฟโลเลต นั่นเอง โดยตัวเลขยอดขายในช่วงโควิดเดือนมีนาคมเชฟโรเลตยัง +4.8% (1,973 คัน) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา เป็นเพราะแคมเปญลดราคาชุดใหญ่ที่ทำให้ตอนนี้แคปติวาขายหมดเกลี้ยง ยังคงเหลือโคโรลาโดที่ยังพอมีขายอยู่ แถมยังเป็นที่จับจ้องของหลายๆ คนอีกด้วย แม้ว่าสิ้นปีนี้จะยุติการทำตลาดในไทย

อย่างราคาจำหน่ายในตอนนี้ของโคโรลาโด รุ่นไฮคันทรี จากราคาปกติ 998,000 บาท ลดเหลือ 775,000 บาท, รุ่นเอ็กซ์-แคป แอลที Z71 ราคาปกติ 699,000 บาท ลดเหลือ 565,000 บาท, รุ่นเอ็กซ์-แคป LT ราคาปกติ 655,000 บาท ลดเหลือ 539,000 บาท รวมทั้งรุ่นเทรล บอส จากราคาปกติ 859,000 บาท ลดเหลือ 655,000 บาท ถือว่าเป็นราคาที่น่าสนใจมาก อย่างเชฟโรเลต โคโรลาโด เทรล บอส (Colorado Trail boss) คันที่นำมารีวิวนี้ หากพูดถึงการนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันถือว่าตอบโจทย์และมีเสน่ห์อย่างเหลือร้าย มีความหล่อแบบที่ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมเลย

สำหรับเชฟโรเลต โคโลราโด เทรล บอส (Colorado Trail Boss) เป็นรุ่นย่อยที่ถูกตกแต่งให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ด้วยชุดแต่งสปอร์ตบาร์ดีไซน์พิเศษ พร้อมกระจังหน้าดำและตราสัญลักษณ์เชฟโรเลตสีดำ, ซุ้มล้อสไตล์สปอร์ต ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว, ไฟหน้า พร้อมไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวันแบบแอลอีดี, สติกเกอร์สีดำ สำหรับตกแต่งฝากระบะท้ายพร้อมสัญลักษณ์ Colorado และสติกเกอร์ TRAIL BOSS

ส่วนการตกแต่งภายในยังคงออกแบบห้องโดยสารให้รู้สึกถึงความแข็งแกร่งและปลอดภัย เลือกใช้วัสดุหุ้มเบาะนั่งด้วยผ้าลาย Rational, ติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 7”, มาตรวัดภาษาไทย, มีการปรับตำแหน่งและการใช้งานสวิทช์ต่างๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย, ลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร, ระบบเสียงที่มาพร้อมลำโพงคุณภาพเยี่ยม 4 ตำแหน่ง และเบาะนั่งคู่หน้าสามารถปรับระดับสูงต่ำได้

ในด้านของขุมพลัง ยังคงเป็นเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ ดีเซล VGT Turbo 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ส่งต่อพละกำลังผ่านเกียร์ให้เลือก 2 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Manual Mode ที่ให้กำหนดการเปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยตัวเอง

โดยมีการติดตั้งยางรองแท่นเครื่องยนต์ แท่นเกียร์และยางรองตัวถัง เพื่อลดเสียงรบกวนและลดแรงสั่นสะเทือนที่จะเกิดขึ้น เสริมด้วยระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันและระบบป้องกันการลื่นไถลบนเส้นทางแบบออฟโรดรวมทั้งระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ แร็กแอนด์พิเนียน ควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า (Electric Power Steering) ที่ปรับความหนืดได้ตามความเร็วของรถ พร้อมด้วยระบบลดอาการดึงพวงมาลัย ซ้าย ขวา และระบบลดอาการสั่นสะเทือนจากช่วงล่างและพื้นผิวถนนที่จะส่งมาถึงพวงมาลัย ส่วนระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระ ปีกนกสองชั้น พร้อมคอยล์สปริงและโช้คอัพแก๊ส ด้านหลังแบบสปริงแผ่นรูปครึ่งวงรี และโช้คอัพแก๊ส

ไม่เพียงแค่นี้ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี ความปลอดภัยและความสะดวกสบายเต็มขั้น ไม่ว่าจะเป็น Chevrolet MyLink ระบบเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิงที่รองรับ Apple CarPlay โครงสร้างตัวถังนิรภัยและคานเหล็กนิรภัยกันแรงกระแทกจากด้านข้าง ถุงลมนิรภัย SRS สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่

เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ปรับระดับสูง-ต่ำได้ พร้อมระบบผ่อนแรง และรั้งกลับอัตโนมัติ (Pretensioner and Load Limiter) สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด สำหรับผู้โดยสารด้านหลังทุกตำแหน่ง

 

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC), ระบบป้องกันการลื่นไถลและล้อหมุนฟรี(TCS), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD), ระบบช่วยเบรกกะทันหัน (PBA), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC), ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน (HSA), ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (ARP), ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะลากจูง (TSC), ระบบไล่ฝ้าที่กระจกหลัง, กุญแจนิรภัยป้องกันการโจรกรรมแบบ Immobilizer และสัญญาณเตือนการโจรกรรม

ถ้าถามถึงความน่าสนใจในเวลานี้ต้องบอกว่าน่าสนใจมาก แม้ว่าปลายปีนี้จะยุติการทำตลาดในไทยก็ตาม เหตุผลรองรับคือ ยังมี เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) ที่ยังคงดำเนินงานรองรับในส่วนของศูนย์บริการต่อเนื่อง อะไหล่และชิ้นส่วนต่างๆ มีรองรับแน่นอน ทั้งของศูนย์และของ OEM ตรงนี้คนที่เล่นรถมือสองรู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องยากกับการหาอะไหล่นอกจากอะไหล่แท้ รวมทั้งแคมเปญที่ปรับลดราคาจากปกติ 859,000 บาท ลดเหลือ 655,000 บาท ยังถือว่าน่าใช้อยู่มาก น่าซื้อมาใช้งานทั้งใช้งานทั่วไปและใช้เพื่อทำมาหากิน ราคาขายต่ออาจจะตกลงไปบ้าง แต่ถ้าคิดว่าซื้อมาใช้งานยังไงก็ยังคุ้มค่าอยู่ดี แล้วรถที่มีขายตอนนี้มีทั้งรถที่ผลิตมาเป็นสต๊อกและมีผลิตเพิ่มใหม่ตามคำสั่งซื้ออีกด้วย

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ นอกจากแคมเปญสนับสนุนการขายที่จะยังคงได้เห็นอย่างต่อเนื่องกันแล้ว ทีมงานเชฟโรเลตยังคงให้ความสำคัญกับงานบริการหลังการขาย Aftersales และ Customer Care เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและให้ความมั่นใจกับลูกค้าของเชฟโรเลต ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าเดิมหรือลูกค้ารายใหม่ให้มั่นใจได้ว่า แม้จะมีการยุติการทำตลาดในไทย แต่ในส่วนของการบริการหลังการขาย, ศูนย์บริการ รวมถึงคลังอะไหล่ ยังคงพร้อมรองรับลูกค้าของเชฟโรเลตในไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเปิดสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม อย่างช่วงสถานการณ์โควิด-19 เชฟโรเลตยังได้ให้บริการตามศูนย์บริการเป็นปกติ รวมทั้งเพิ่มมาตรการควบคุมการแพร่เชื้อโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อเลี่ยงโอกาสการติดเชื้อทั้งในส่วนของลูกค้าและพนักงานบริการในศูนย์ฯ..ลองตัดสินใจดู อย่างเพิ่งปล่อยผ่าน สำหรับเชฟโรเลต โคโลราโด ในช่วงเวลาแบบนี้.

 

 

เรื่อง/ภาพ: พุทธิ ผาสุข

 

 

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.