ย้อนรอย “เส้นทางด่านป่าปรงพันปี ..เมืองชัยภูมิ”

คล้อยหลังช่วงปีใหม่มาไม่นาน แต่ความหนาวเย็นของไอหนาวปีนี้ยังมิคลาย ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานกว่า 3 เดือนแล้ว  ความงดงามตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ ยิ่งได้ยินข่าวถึงอุณหภูมิที่ติดลบลงทุกวัน  ยิ่งเป็นตัวเรียกแขกให้ไปรวมตัวกันอย่างมิได้นัดหมาย สู่ยอดเขาสูง รับไอยะเยือกของแม่คะนิ้ง โดยเร็ว ก่อนละลายสลายไปกับแสงแดด  จนหลายเส้นทางสู่หลังคาสยาม กลายเป็น กทม.2 ไปโดยปริยาย รถติดกันหลายสิบกิโลเมตร

เช่นกัน หนาวนี้ผมวางแผนการท่องเที่ยวกับครอบครัวไว้หลายที่ครับ ค้นคว้าข้อมูล ปรับเปลี่ยนเส้นทาง สอบถามเพื่อนฝูงกันข้ามเดือน ก่อนสุดท้ายก็ต้องมานอนนุ่งผ้าขาวม้า เปิดพัดลม อมเกลือป่น เสมือนนอนริมหาดทราย ชายทะเล ปานนั้น แหมหนาวก็หนาว  บางทีหลายคนวางเป้าหมายที่เชียงรายอาจไปได้แค่ลำปาง ก็บุญละครับ แหมเจ็บใจจริงๆ สุดท้ายก็เที่ยวทั่วไทยไปกับจอ TV เหมือนเดิม …

ครั้นจะมามัวนอนหนาว เอามือซุกใต้หว่างขาไปวันๆ มันก็สุดทน อย่ากระนั้นเลย ออกร่อน 4low ซะหน่อย เพราะในหัวผมตอนนี้นึกถึงทริปๆ หนึ่งที่จ้องมานาน และอยากลองดี กับสถานที่นี้มันน่าจะสวรรค์ อีก ทริปหนึ่งของภาคอีสานเลยทีเดียว หลังจากที่พลาดไปหลายทริป  ผมนัดหมายกับเพื่อนรัก อย่าง โจ กระนวน แห่ง ขอนแก่นออฟโรด ช่วยกันวางแผนหลอกล่อพี่ๆน้องๆเพื่อนๆจากกลุ่มชมรมต่างๆได้หัวโจกมา 8 คัน จาก ชมรมกาฬสินธุ์ออฟโรด 1 คัน  ชมรมขอนแก่นออฟโรด 3 คัน กลุ่มม้าบักจ้อน ภูเขียว 1 คัน ชมรม ฅ.รักษ์น้ำเซิน 2 คัน  ชมรม cub scout offroad 4×4 phukhiao  1 คัน  เป้าหมาย “ด่านป่าปรงพันปี  เมืองชัยภูมิ”   ตำนานอันยาวนานของสถานที่นี้ ในเชิงเส้นทางออฟโรด คงจะคุ้นหูหลายๆ คน หลายชมรมเป็นอย่างดี ถึงความสวยงามของเส้นทางที่แฝงด้วยอันตราย ความสูงชันที่ซ่อนไว้ด้วยความมัน และความอบอุ่นของเส้นทางที่โอบกอดไว้ด้วยทิวไผ่สูงลิ่วนับสิบเมตรกว่า 5 กิโลเมตร ที่พื้นปูทางด้วยโขดหินต่างระดับ ต่างอายุ เป็นขั้นบันไดให้ปีนป่าย ทีละขั้น ทีละคืบ สู่ยอดเขาภูขิน ตามชาวบ้านเรียก ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งค้อ จ.ชัยภูมิ  เส้นทางตำนานที่บทๆ หนึ่ง เคยมีชมรมออฟโรดจากโคราช มาสังเวยอวัยวะที่นี่ ด้วยความไม่ชินเส้นทางและขับขี่ในเวลาค่ำคืน ทำให้การกะระยะร่องทางกับตัวรถผิดพลาดพลัดตกลงคลองสูงเกือบ 5 เมตรไป แต่เดชะบุญที่ไม่ถึงกับต้องเสียชีวิต

ผมใช้เวลาเดินทางจากบ้านไม่น้อยกว่า 300 กิโลเมตร เพื่อสมทบกับเพื่อนๆ ที่ชัยภูมิ กับทีมขอนแก่นออฟโรด โดยทริปนี้ตั้งใจมอบให้กับการต้อนรับประธานชมรมขอนแก่นออฟโรดคนใหม่ เฮียมิตร (สุมิตร สันติดำรงพันธ์) สมาชิกหมายเลข 63 เป็นพิเศษ เราเดินทางผ่าน อ.ภูเขียว ไปทาง อ.เกษตรสมบูรณ์ เขาสู่เขตพื้นที่ของบ้านท่าเว่อ ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ ที่ตั้งของเขาภูขิน  ด่านป่าปรงพันปี  เราลัดเลาะตามขอบป่าเศรษฐกิจของหมู่บ้านสักครู่  ร่องน้ำแรกก่อนขึ้นเขา ตอนนี้แห้งขอด แต่ยังแฝงไว้ด้วยพิษสง ความร่วนซุยของท้องร่องดิน เมื่อเจอยางตะขาบหลายตัวเข้าไป ก็เกิดอาการ ยิ่งปั่น ยิ่งฝัง จนบางคันต้องหันไปพึ่งอาวุธลับอย่างวินซ์กันพัลวัน  เสน่ห์อีกบทหนึ่งของการเริ่มต้นเส้นทางคือ โขดหินที่ธรรมชาติจงใจวางสลับกันไว้อย่างมีเอกภาพ  วางองค์ประกอบไว้ครบ ดักล้อนี้ เหลืออีกก้อนไว้ให้ถ่วงดุลล้อ และเหลืออีกก้อนคอยค้ำกะโหลกเพลา  หากขับขี่แบบไม่มีครู มีหวัง ตั้งร้านเตรียม Service กันบนเขาได้เลย

มันเป็นความโชคดีที่ไม่ค่อยชอบของคอออฟโรดที่พื้นที่นี้ค่อนข้างแห้งแล้งแล้ว ฝนหมดไปนาน ความเร้าใจกับความลื่นไหลของหินที่เบียดคราบโคลนบนล้อโตก็หายไป ความหวาดเสียวของการลื่นไถลผิดร่องไลน์ ก็ลดน้อยลง มีเพียงต้องใช้ทักษะบังคับรถคอยหลบแก้มยางจากคมหิน วางตำแหน่งล้อให้พ้นตอไม้ และวางแผนเส้นทางข้างหน้า กับเวลาในโขดหินถัดไป

คลองสะพานขาด  จุดสำแดงฤทธิ์ของธรรมชาติที่มนุษย์มิอาจขว้างกั้น  หากเป็นช่วงที่ฝนตกหนักๆ คงหมดสิทธ์เข้าไปเพราะพลังน้ำอันเชี่ยวกราด  แม้กระทั้งตอนนี้ยังทิ้งรอยพลังเอาไว้ ก้อนหินขนาดมหึมาที่กองเป็นพะเนินขวางคลอง ก่อนทะยานขึ้นตลิ่งราว 80 องศาได้ จุดนี้เล่นเอาเจ้าแมงหวี่ขาว ของเฮียวัฒนา มือเก๋าจากขอนแก่นออฟโรด งอแงไปพักใหญ่ นี่ขนาดยาง 35 นิ้วนะ แล้วเจ้ามาสซูด้าดำ ของผมแค่ 31 นิ้วจะเหลือมั้ยเนี้ย..

13 .00 น. ณ คลองสะพานขาด หลังจากเข็นรถขึ้นตะลิ่งทุกคัน จำต้องเติมพลังให้ท้องไส้ตัวเองก่อนเพราะพลังงานสะอาดที่ได้จากแอลกอฮอล์ เมื่อคืน ใช้ไปจนหมดแล้ว เราใช้เวลานี้วางแผนเส้นทางกับยอดเขาภูขินที่ไกลลิบ บางคนพูดให้ท่อแท้ เห็นภาพหายนะบางคนพูดให้กลัว ชวนขนหัวลุกยามค่ำคืน จะมีแต่เสียงพิณ บางๆ ลอยมาตามสายลมของเจ้าท็อป ขอนแก่นออฟโรดกับเจ้าถิ่นอย่างม้าบักจ้อน นี่แหละให้กำลังใจดีแท้ เราเดินทางไปต่อเรียบเคียงชายขอบเขาไปเรื่อยๆ จนถึงจุดไฮไลท์ ของทริปป่าแล้งเพลานี้ ขอเรียกว่าฝายแม้วพันปีก็แล้วกันครับ เพราะไม่ว่า แล้ง ฝน หนาว จุดนี้พอจะมีน้ำพอคลุกคลิก ให้ปั่นล้อเล่นได้เสมอและมีหินไว้ดักรอรถคันที่กระหยิ่มยิ้มใจว่า ตรู!!หลุดจากโคลนมาแล้ว…มรึงๆ เจอกะหินชโลมโคลนดักรออีก มันจริงๆ สะใจพวกฮาร์ทคอร์  งานนี้แกะดำเจ้าถิ่นใส่ไม่ยั้ง เพราะพี่แกชำนาญเส้นทาง และเคยผ่านช่วงฝนปรงพันปีมาแล้ว 2 วัน 2 คืน ณ จุดๆนี้ !!

ทุกคันทุกคนยังตั้งมั่นในเส้นทางที่เป้าหมาย ด่านปรงพันปีต่อไป แม้เวลาของวันจะเหลือน้อย วัดจากระยะพระอาทิตย์กับยอดไม้เหลือนิดเดียว จะถึงเป้าหมายหรือไม่ต้องรอลุ้นกันอีกที .. บันไดหินจุดแล้วจุดเล่า ที่คอยถ่วงเวลาให้ช้าลง ด้วยต้องปีนป่ายไปอย่างช้าๆ และระมัดระวัง แต่กระนั้นมิวายที่เจ้าหมูดำของเจ้าท็อป ขอนแก่นออฟโรด ต้องถึงคิวงอแง ต้องซ่อมกันอีกหลายชั่วโมง เพราะวางตำแหน่งล้อผิดพลาด ล้อล็อคกับร่องโคตรหิน และเกียร์สโลว์กระเด็นหลุดออกมา เมื่อตะบันเครื่องลงไปหลายรอบพัน  ส่วนมือเก่าอย่างเพื่อนโจ กระนวน วาดลวดลายหลบหลีกคมหิน อย่างนินจา เลี้ยวซ้าย เบี่ยงขวา เล่นเอาผมบอกไลน์ไม่ทัน.. “เอาเหอะมึงจะไปทางไหนก็เลือกเอาเองละกันเพื่อน..”  ในระหว่างกันซ่อมเกียร์กันบนเขา เริ่มมองไม่เห็นแสงอาทิตย์ นอกจากแสงจากกองไป ที่ทีมงานจาก ฅ.รักษ์น้ำเซิน กับม้าบักจ้อน บรรจงสร้างขึ้นมาเพื่อเรียกแขกให้มาลิ้มรสเนื้อจระเข้ย่างไฟไม้ไผ่ พร้อมกับหนังแรดซาฟารี อบเกลือคลุกกระเทียม กระชายดำ  ทุกอย่างรวมกับน้ำข้าวแช่ท้องถิ่น ….บรือออออ อย่าให้พูดเลย  เข็ดฟัน !!

ไม่จบแน่ทริปนี้ ระยะทางเหลืออีกโข กอปรกับน้ำข้าวแช่เริ่มปั่นป่วนไม่เป็นใจให้ขับขี่ต่อไปแน่นอน ทุกคนลงความเห็นกันหากไปต่อก็คงไม่เห็นความงามของด่านปรงพันปีบนนั้นในสภาพอันมืดมิดเช่นนี้ และอาจจะเป็นแผนของอีตาโจ กระนวน  ที่ต้องการให้ผมมาล้างตาในหน้าฝนนี้ เลยล่อลวงให้ออกมารูปนี้เลยให้มาได้แค่ภาค 1 เท่านั้น คอยลุ้นกันภาค 2 ต่อไป   เราวางแผนออกจากป่าไผ่กันอีกทางก่อนลัดเลาะตามขอบป่าชุมชน ทิ้งให้เป้าหมายไกลลิบออกไป รอวันนัดหายกันอีกครั้ง   ถ่ายรูปก่อนจาก ผูกมิตรภาพด้วยคำเชิญชวนให้กระหาย…

เจอกันอีกแน่ ด่านปรงพันปี  เมืองชัยภูมิ

 

 

 

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.