ภารกิจพิชิตน้ำตกห้วยรอสาว ในวันลมหนาวมาเยือน ที่ จ.สกลนคร

..ลมหนาว หวีดหวิว พัดพรือมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ กระจายไปทั่วทั้งภาคอีสานและเหนือสุดของไทย

ในยามนี้ ความเย็นยะเยือกมันมากับความแห้งแล้งที่หลายคนหลงลืมไปว่า มันพร้อมใจกันมาเยือนเราโดยไม่รู้ตัว  แต่เราซึมซับเอาแต่ความสวยงาม  สายหมอก ไอ อบอวล จากลมหายใจนับร้อยของผู้คนที่หลากหลายเผ่าพันธุ์ บนยอดภูทั่วเมืองไทยขณะนี้ หลายมุมของประเทศไทยในช่วงนี้กำลังสัมผัสกับอากาศหนาวเย็น บางที่ทิวหมอกและควันปะปนกันไป ดึงดูดนักท่องเที่ยวพนาไพร ให้โหยหาสวรรค์บนดินเหล่านี้ ตามไลฟ์สไตล์และความชอบแต่ละคนไป

เช่นเดียวกับผม การได้ตระเวนป่าแต่ละพื้นที่ที่แตกต่าง ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบตามฤดูกาลและโอกาส มันช่วยให้ชีวิตมีคุณค่าและมีชีวิตชีวาขึ้นมาเยอะ

ทริปนี้ของผม มันเหมือนได้ย้อนอดีต บนเส้นทางเดิม แต่เปลี่ยนกลิ่นอายและมุมมองออกไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ผมได้เห็นสีสันของทิวป่าที่ใบไม้หลายหลากสี  ได้เห็นร่องน้ำที่แห้งผาก เหลือเพียงร่องลึกคอยดักรอ เห็นคราบน้ำตกที่ฝากไว้ในรอยหินแยกเป็นกิโลเมตรในยามที่ขับรถออฟโรดผ่านไป ต้นไม้ที่หนามแหลมคม ลีลาของกิ่งในทิศทางต่าง มันทำให้เราเกิดจินตนาการในการขับขี่ได้เยอะจริงๆ  ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าและสองข้างทาง กอปรกับบรรยากาศครึ้มฟ้า ครึ้มหมอก แบบไม่เห็นแสงแดด มันชวนให้น่าหยิบดินสอ มานั่งบรรเลงลายเส้นจริงๆ ..อารมณ์ศิลปินเข้าสิงเลย  

ผมกำลังพูดถึง ดอยอ่างกุ้ง ยอดเขาเล็กๆ เหนืออ่างเก็บน้ำห้วยโท อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นรอยต่อจังหวัดนครพนม  เส้นทางจากอ่างเก็บน้ำสู่ยอดดอยระยะทาง 4 กิโลเมตร อาจจะมองว่าใกล้ๆ ในยามนี้ แต่ร่องรอยอดีตจากคมล้อ 4×4 ที่เคยตะกุยตะกายไว้ บ่งบอกถึงความโหดร้ายในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี

เป้าหมายอีกอย่างของทริปนี้ เสี่ยต๋อง ไฟแรง จากทีม Club JZ สกลนคร และเฮียต่าย ประธานชมรมคนท่องป่า 4×4 สกลนคร คนใหม่และสมาชิกชมรม อีกกว่า 10 คัน ได้วางแผนที่จำขนถ่ายวัสดุก่อสร้างขึ้นเขาไปด้วย เพื่อไปก่อสร้างองค์พระพุทธรูป เพื่อเป็นที่สักการบูชาของชาวบ้านแถบนี้ เนื่องจากภูมิประเทศเป็นลานหินกว้าง และสูงเหนืออ่างเก็บน้ำห้วยโท เหมาะแก่การทำกิจกรรมต่างๆ ทางพระพุทธศาสนาได้ดีมาก โดยชาวบ้านและผู้นำชุมชนมีมติให้มีการก่อสร้างองค์พระพุทธรูปทันใจบริเวณนี้และเป็นหน้าที่ของเรากลุ่มออฟโรดที่จะต้องใช้ประโยชน์จากรถยนต์ออฟโรด ขนอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ ขึ้นไปนั่นเอง

หลังจากจัดเตรียมอุปกรณ์ทยอยขึ้นรถแต่ละคันเสร็จ ก็เคลื่อนขบวนออกจากที่ทำการ  อ้าว !! เส้นทางเดิมหายไปไหนวะ… แค่สองอาทิตย์ จากระดับน้ำริมอ่างมันเพิ่มมาอย่างรวดเร็ว ทำให้เส้นทางที่จะขับผ่านไปมันถูกตัดขาดโดนสิ้นเชิง  ต้องหาไลน์และจุดที่ระดับน้ำตื้นที่สุด กระนั้นระดับน้ำก็ยังสูงท่วมฝากระโปรงเจ้าแมงหวี่หลายคัน รวมทั้ง มาสซูด้า 4×4 ของผมด้วย หลังจากลำเลียงวัสดุ อุปกรณ์ทั้ง หิน ดิน ทราย ปูนซีเมนต์ ท่อ อิฐ ฯลฯ คันละ 3-4 เที่ยว ขึ้น-ลง ลุยน้ำก็เล่นเอาเกือบเที่ยงกว่าก็ต้องเติมพลังงานให้กระเพาะอาหารกันหน่อย  เป้าหมายต่อไปของทริปนี้คือ สำรวจเส้นทางสู่น้ำตกห้วยรอสาว ฟังแค่ชื่อก็น่าสนใจว่าจะมีสาวๆ ที่ไหนมานั่งรออยู่รึป่าว เส้นทางนี้ถูกปิดตายมานานแล้ว และทางชุมชนต้องการเปิดเส้นทางเป็นแหล่งท่องเที่ยงแห่งใหม่ ซึ่งอยู่ใกล้กับยอดดอยอ่างกุ้งเพียง 1 กิโลเมตร

เราเดินทางไปตามที่คนพื้นที่บอก ขบวนออฟโรด 10 คัน จากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่คุ้นตาและถูกคอ ความสนุก และความสุข ในการขับขี่มันเลยเพิ่มอรรถรสได้ดีมาก งานนี้เราได้เพื่อนใหม่จากจังหวัดระยอง นำเจ้าล้อโต จิ๊บ เชโรกี มาสำแดงเดชถึงถิ่นภูพานกันเลย พร้อมกับโชว์เทพให้ดูเป็นขวัญตาอีกด้วย แถมนัดหมายซัมเมอร์นี้ที่เขานางหย่องซะด้วย แฮะๆๆ

จากระหว่างเส้นทางสู่ยอดดอยอ่างกุ้ง ยามนี้ต้องปิดกระจกรถให้หมดเพราะฝุ่นล้วนๆ ส่วนจากยอดดอยสู่ลำห้วยก่อนถึง น้ำตกห้วยรอสาว เดิมเป็นป่าเต็ง รัง ต้องบุกเบิกกันนิดหน่อยซึ่งไม่ถึงกับทำให้สภาพป่าสูญเสียไปมากนักนอกจากต้นไม้รกชัฏ เบาๆ ลัดเลาะไปตามเหลี่ยมผาเล็กๆ ริมห้วยที่แห้งขอดแล้ว ไม่มีน้ำแล้ว เพราะเลยผ่านช่วงฝนไปนานแล้ว แต่ร่องรอยของกระแสน้ำแรง น้องๆไนแองการ่าขนาดย่อม ยังมีให้เห็น ปัญหาคือโขดหินขนาดมหึมาที่ เสี่ยต๋อง ไฟแรง ต้องสังเวยเชือกลากกว่า 10 เมตร ลากหินลงมาปิดล่องลึกท่วมหัวไว้เพื่อให้รถขับผ่านข้ามร่องไปยังลานหินกว้างฝั่งน้ำตกได้  กระนั้นยังต้องอาศัยคนบอกไลน์ที่แม่นยำนะครับ ไม่งั้นก็เตรียมลงไปนอนนับดาวข้างล่างได้เลย

ความงามของภูมิประเทศตรงนี้งดงามครับ ผมมองเห็นความดำทะมึนของโขดหิน ลานหินที่สามารถจอดรถได้กว่า 100 คัน สีของใบไม้หลากสี ในฤดูเตรียมผลัดใบที่ตัดกันกับก้อนหินสีดำ  เส้นสายของกิ่งไม้ที่ทะลุทะลวงกลุ่มใบขึ้นไปสู่อากาศ มันลงตัวมากๆ สายลมพัดเบาๆเย็นๆ กลางฤดูใบไม้ร่วง กับเบียร์อุ่นๆในมือ  อืมมมมม….

เรานั่งชมบรรยากาศจุดนี้ และวางแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวกันนานพอควร จนเกือบค่ำและได้ข้อมูลมากพอที่จะเสนอต่อผู้มีส่วนรับผิดชอบพื้นที่นี้ ก็เดินทางกลับกัน ตอนกำลังจะหันหลังกลับนี่สิ มีใครไปท้าทายเจ้าที่รึเปล่าไม่รู้ครับ สงสัยเจ้าที่ไปดลใจให้ เสี่ยป๋อง ควบเจ้าแมงหวี่ ทะยานขึ้นหน้าผาริมห้วยความสูงกว่า 5 เมตร ที่หลายคนหำหดไปเมื่อตอนมา  ความชันแทบจะงายท้อง งัดวิชากันอยู่หลายเทค  สุดท้าย เพลาขับกลางหลุดไปต้องซ่อมไปทำเอาใจหายใจคว่ำ  เมื่อมาแล้วต้องไปต่อไม่ย้อนทางเดิมแน่นอนใช่มั้ย ออฟโรด อิอิ…

เนินนี้เป็นการขับข้ามลำห้วยที่แห้งผาด จุดรับแขกอีกจุดหนึ่งของทีมคนท่องป่า 4×4 สกลนคร ที่สนุกแล้วและได้ใช้ทักษะสูงในการปีนป่ายผิวหิน เพราะหากใช้แค่แรงเบียร์ และของเซ่นไหว้เหล้าขาว มันคือจุดสลายเพลาขับให้กระจุยได้ไม่ยาก เพราะมันคือหินล้วนๆ

ลำห้วยรอสาว เป็นลำห้วยเล็กๆลึกประมาณ 5-6 เมตร แต่มีความชันและสูงจุดที่เป็นน้ำตกประมาณ 3 ชั้น กว่า 20 เมตร  ในช่วงฤดูฝนจะสวยมากเพราะมีเกิดปรากฏการณ์น้ำป่ารวมสายที่จุดนี้ แล้วพุ่งกระจายไปตามซอกหินเป็นฟองฟุ้งขาวๆ  และรถทุกคันต้องขับผ่านเหนือจุดน้ำตกไป ซึ่งอันตรายมากเท่าที่ผมมองดูในช่วงฤดูฝน เพราะอารมณ์มันคงจะแตกต่างกันมากกับวันนี้ ที่หินแห้งสนิท แรงปั่น พละกำลัง จากเครื่องยนต์สามารถกระทำได้อย่างอิสระและบ้าบิ่น  แต่หากเป็นช่วงเวลาทำการในหน้าฝนของมันแล้วคนละเรื่องครับ  ตรงนี้อันตรายสุดๆ เพราะความเอียงของเนินหินนิดเดียว มันอาจจะพาร่างออฟโรดหล่นลงสู่ก้นเหวได้ ด้วยความลื่นไร้ทิศทาง ซึ่งการควบคุมทิศทางรถด้วย 2 มือกับ 1 พวงมาลัย คงไม่เพียงพอแน่นอน อุปกรณ์พ่วงข้างทั้งเชือกและสลิง กำลังคนน่าจะได้ใช้ เตรียมตัวสนุกกันแน่ครับ ฝนนี้  “น้ำตกห้วยรอสาว”

สมาชิกออฟโรด ชมรมใดในประเทศไทย ที่ต้องการลิ้มรสออฟโรดสไตล์หินๆล้วนๆทางอีสานแห่งหนึ่ง แนะนำเลยครับ ดอยอ่างกุ้ง สกลนคร ท่านจะได้เห็นมิตรภาพที่แท้จริง ความจริงใจที่สัมผัสได้ พี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียว เพราะเรามีพี่ใหญ่อย่าง เฮียต่าย ประธานชมรมคนใหม่คอยดูแล อุ่นใจได้เลย เส้นทางท่องเที่ยวเส้นนี้หาไม่ยากครับ ออกจากตัวจังหวัดสกลนครไปทาง อำเภอนาแก นครพนม เพียง 20 กิโลเมตร เลยอำเภอโคกศรีสุพรรณ 5 นาที ถึงบ้านดงน้อย มีป้ายบอกเลี้ยวขวา สู่อ่างเก็บน้ำห้วยโท อีก 6 กิโลเมตร

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.