พฤติกรรมของคนชอบเที่ยว OFF ROAD

จากการที่ได้ถามผู้ที่ชอบท่องเที่ยวในรูปแบบผจญภัยบุกป่าฝ่าดงอุทยานโดยได้รับอนุญาตแล้ว ทำให้คนกระดี๊กระด๊า อยากจะเข้าป่าไม่ล่าสัตว์ไปฟังเสียงหรีดหริ่งเรไร เสียงชะนีโหยหวล เสียงไก่ป่าขันยามเช้า ได้อาบน้ำในลำธารหุงหาอาหารด้วยกิ่งไม้แห้งที่ตกกับพื้น หุงข้าวหม้อทหารบนสามขาแบบทหาร ตุ๋นไข่  ต้มปลาลงในกระบอกไม้ไผ่ กางเต็นท์นอนแบบนอนกับดินกับทราย มองพระอาทิตย์ขึ้น-ตก และดาวเต็มท้องฟ้า สรวลเสเฮฮาสนุกสนานกับน้ำเปลี่ยนนิสัย ก่อนจะเข้านอนกรนคลอกๆ ลั่นเต็นท์มันเป็นอะไรที่ไม่ใช่ชีวิตประจำวันเลย ไม่ว่าใครๆ รวมไปถึงปิ่นโตที่ติดตามไปด้วย และยังมีเจ้าตัวน้อยๆ ลูกเล็กเด็กแดงสนุกสนานกันทั่วหน้า

ที่มันส์สะใจก็เพราะว่า เที่ยวป่าหน้าฝนนั้นมันมีอุปสรรคมากกว่าหน้าแล้ง เพราะถนนหนทางที่ไม่ได้เป็นถนนมีแต่โคลน เลน น้ำ ทรายที่ต้องแก้ปัญหาทั้งนั้น ตกหล่มบ้าง เทข้างทางบ้าง ลงหลุมบ้าง ตายในน้ำก็มี ล้วนแต่อุปสรรคทั้งนั้น ต้องแก้ปัญหาในการช่วยเหลือตัวเอง หรือถ้าไปเป็นกลุ่มก็จะช่วยสกันคนละไม้ละมือ ทั้งเป็นคุณใช้วินส์กันอย่างทุลักทุเล ซึ่งมันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดี และมีอนุทิน

เคยมีคนถามผมว่า ”แก่ป่านนี้แล้วยังซ่าไปกับเขาอีกหรือ”

ผมตอบไปว่า “เที่ยวกับ OFF ROAD ไม่มีคำว่าแก่ มันช่วยทำอายุยืนด้วยนะซี เพราะมันลืมอายุวะ”

ต่างหัวเราะกันงอหายทีเดียวมีเสียงแทรกเข้ามาเบาๆ อย่างเกรงใจ

“ก็เพราะป๋ามีเด็กมาด้วยนะซี” เสียงหัวเราะดังขึ้นอีก

“เฮ้ยๆ ไม่มีแล้วโว้ย มาคนเดียวอิสระดีวะไม่ต้องพะวงทุกเรื่องทั้งเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่มันพร้อมจะงาบของป๋าไป”

การทำตัวให้บรรยากาศในการเดินทางแบบ OFF ROAD ที่ร่วมเดินทางด้วยกันหลายๆ คันนั้นมันทำให้ขบวนมีทั้งสนุกทั้งกล่อย เพราะร้อยพ่อพันแม่ มีความคิดที่ไม่ตรงกันก็มี บางคนชอบอีโก้ทำอะไรล้ำเส้นก็มี บางคนติ๋มๆ เสียยิ่งกว่ากระเทยก็มี โอ้ย เยอะแยะไปหมดยากจะสาธยายตอบ สำคัญคือ ตอนที่จะมีการรวมกลุ่มกันคุย ยามค่ำก่อนนอนที่มีน้ำเปลี่ยนนิสัยเข้ามาแจม ก็อาจจะมีวิกฤติเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด เพราะคนติ๋มๆ อาจจะออกลายก็ได้เมื่อน้ำเปลี่ยนนิสัยเปลี่ยนพฤติกรรม

บางคนก็คุยอวดอ้างโดยไม่เกรงใจใครคิดว่ากูแน่คนเดียว ก็ทำให้วงแตกแยกย้ายกันนอนดีกว่า บางคนมาเข้าร่วมกิจกรรม แต่ไม่แสดงความเห็นหรือพูดจาเลย รับฟังอย่างเดียวเหมือนเตมีย์ใบ้ บางคนหนีไปคุยกับแฟนที่หนีพ่อมาเที่ยว ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเอาเปรียบเพื่อนฝูงแถมไปกางเต็นท์เสียไกลกว่าคนอื่นและเข้านอนก่อนคนอื่นเหมือนไม่ยอมให้เสียเวลาอะไรทำนองนั้น

ไอ้ที่รบกวนคนอื่นก็มีใครๆ เขาเข้าเต็นท์กันแล้วอีกกลุ่มหนึ่งก็ยังแหกปากร้องเพลงกันอย่างไม่เกรงใจใครเหมือนเสียงงิ้วที่ออกเสียงแปร้นๆ ตลอดเวลา บางคนตีหม้อตีกระป๋องเล่นเอาคนนอนหมอบสะเทือนกว่าจะข่มตาหลับ ไอ้ที่น่ารำคาญเห็นจะเป็นกรนที่บางคนทั้งคืนเหมือนเรือกลไฟติดเครื่อง เอาน้ำหยอดก็แล้วเอาผ้าอุดก็แล้วต้องทำไฟเย็นน่ะแหละจึงรู้ตัว

โอ้ย เยอะแยะไปหมดวันนี้หน้ากระดาษหมดแล้วจะมาตีแผ่นพฤติกรรมต่างๆ อีกติดตามนะ

 

 

 

เรื่อง อ.อาทร จุลโลบล

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.