ตะลุยเส้นทางออฟโรดแห่งตำนาน ท่าธาร “ปิเต็ง 2”

เรื่องราวเส้นทางออฟโรดในช่วงต้นฤดูกาลในช่วงหน้าฝนนั้น มีหลากหลายเส้นทางที่เหล่าผู้กล้าจะท้าทายเส้นทางทั้งแนวรูปแบบลุยแบบหนักๆ หรือว่าแบบเบาๆ ก็ตามที

ผู้เขียนเองขอยกเส้นทางสุดโหดระดับตำนานใน จ.เชียงใหม่ มานำเสนอให้ได้รับทราบโดยทั่วกันสถานที่แห่งนั้นคือ “ท่าธารดินแดนต้องมนต์เสน่ห์” ที่ชาวออฟโรดหลากหลายกลุ่มในภาคเหนือรู้จักดี และอยากเอารถมาลิ้มลองทดสอบกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางออฟโรดเส้นนี้ตั้งอยู่ติดกับวัดหลวงขุนวิน วัดที่เก่าแก่และมีประวัติสาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานและน่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งของ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้ยังเป็นที่ตั้งของพระธาตุและพระพุทธรูปไม้แกะสลักจากต้นจำปีป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเกี่ยวข้องกับชาวออฟโรดของภาคเหนือโดยตรง เนื่องจากครั้งนี้ทางกลุ่มออฟโรดภาคเหนือต่างขึ้นไปช่วยกันชักลากไม้ต้นนี้ เพร้อมทั้งช่วยกันวินช์ตั้งเพื่อทำการแกะสลัก จนหลายๆ คนต่างเรียกกันว่า “หลวงพ่อออฟโรด”

การเดินทางท่าธารครั้งนี้ เกิดขึ้นมาจากกลุ่มเอก 4×4 กลุ่มแองกรี้เบิร์ด4×4 และกลุ่มดอยคำ ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นในพื้นที่ได้ชักชวนเพื่อนๆพี่ๆ กลุ่มออฟโรดซึ่งต่างจังหวัดประกอบไปด้วย กลุ่มแก่งเสือเต้น 4×4 จาก จ.แพร่ กลุ่มเชียงราย 4×4 แอดเวนเจอร์ ได้เข้ามาลิ้มลองความมันส์แบบฉบับจัดหนักจัดเต็ม..

ครั้งนี้ทีมงานแองกี้เบิร์ด4×4 จะเป็นผู้นำทริปเป็นกลุ่มแรก การนัดหมายพร้อมกันในเช้าวันเสาร์ ผู้เขียนจึงเดินทางไปกับกับเหล่าผู้กล้าในชุดแรกประกอบไปด้วย ริด โล กุ้งไก่ป่า เชิด เสี่ยเอ นายเอ็ด นายเจม ตีนระเบิด และไม่นานพวกเราพร้อมเพรียงกัน ณ ปากทางเข้า เส้นทางความโหดก็เริ่มขึ้น ร่องรับแขกจุดนี้ทำเอารถหลายคันเปิดเกมส์ตรงปากทางเข้านำด้วยเจ้ารถเทพแห่งดอยหล่อของนายเอ็ดเจ้าดำโบ คาริเบี้ยน เครื่อง3s-gte คาน78 เพิ่มเขี้ยวเล็บด้วยแอร์ล็อคเกอร์หน้า-หลัง เสียงโบลออฟวาล์วคำรามยามถอนคันเร่งมันช่างไพเราะจริงๆ

ร่องลึกต่างๆ ไม่ใช่อุปสรรคเนินรากไม้ไม่ได้สร้างปัญหาแก่เจ้าดำโบเลย ผ่านตรงนี้ไปอย่างง่ายๆ สมกับชื่อรถเทพแห่งท่าธาร สักพัก เจ้า Tiger คันนเก่งของเสี่ยเอ BB เสียงเครื่องยนต์ KZ-TE แผดคำรามในร่องลึกปั่นดินซะกระจาย พยายามขึ้นไม่ยอมเสียหน้าฟังเป็นผ่านไปด้วยดีไม่ยอมเสียเชิง…ไฮไลค์คงหนีไม่พ้นรถของเชิดเพราะเจ้า L200 เฉินหลงปีกนกคันเดียวในทริปนี้ เสียงเครื่องซี่รีอุสโมเต็ม แผดคำรามแต่จะว่าด้วยประสบการณ์นักขับแรลลี่เก่าบวกกับการเป็นนักแข่งออฟโรด กระแทกคันเร่งแบบไม่กลัวเพลาแตก ผ่านไปได้อีกคัน

ผู้เขียนเองก็เริ่มสังเกตเส้นทางหลังจากการปั่นดินไป 3-4 คันร่องรอยผิวถนนเริ่มลึกขึ้นยาง 33นิ้วเริ่มแขวนติดคาน คันไหนยาง 35 นิ้ว ก็รอดตัวไป ผมเองต้องเดินขึ้นเดินลงเส้นทางทางท่าธาร เพื่อให้ได้ภาพสมาชิกหลายๆ คัน จากการเริ่มเข้าไปในท่าธารเวลา 10.00น. กลุ่มแองกรี้เบิร์ดนำห่างออกไป ตามด้วยกลุ่มอู่เอก 4×4 นำทีมด้วยสตาด้าคันเก่งของช่างเอกและเพื่อนๆ สมาชิก วันนี้เพื่อนสมาชิกใหม่ได้รับน้องรถคาริเบี้ยนส้มสะอื้นแต่งเต็ม ทั้งเครื่องและช่วงล่างเราจะมาดูว่าเจ้าส้มสะอื้นจะเด็ดแค่ไหน…

ไม่นานสมาชิกแก่งเสือเต้นซึ่งได้เดินทางมาสมทบนำทีมโดยเสี่ยโด่ มูเซอดำคันเก่ง ตามมาด้วยลุงป๋องเจ้าของ jeep m38 แต่งเต็ม แต่เข้ามาถึงปากทางไม่ทันไร รถของลุงป๋องเกิดปัญหาน้ำหม้อน้ำแห้ง ต้องออกไปซ่อมหม้อน้ำ รถของสมาชิกแก่งเสือเต้นอีก 2 คัน เลยบอกให้ผู้เขียนกระโดดเกาะรถสมาชิกกลุ่มเอกออกไปก่อนโดยไม่ต้องรอ ทางเสี่ยโด่เองเลยตัดสินใจตามกลุ่มเอกเข้าไป

เราวิ่งเข้าไปเจอทั้งร่องบังคับต้นไม้ล้มขวางทาง ครั้งนี้จึงถือได้ว่าเส้นทางเริ่มลำบากมาขึ้น ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการขับขี่ แต่แล้วเมื่อขับไปได้ไม่นาน ผมเองนั่งรถคันที่ 6 สังเกตเห็นและได้ยินเสียงกิ่งไม้หักพร้อมๆ กับวัตถุสีส้มๆไหลกลิ้งตกลงมาอย่างรวดเร็ว ในระดับราว 20 เมตร สักพักได้ยินเสียงวิทยุแจ้งมาว่า

“รถคาริเบี้ยนคันสีส้มที่เพิ่งแต่งเสร็จออกมาหมาดๆ ตกเหวลงในลำห้วยหงายท้องอยู่ข้างล่าง”

ทั้งหมดจึงกระโดดลงจากรถ และวิ่งเข้าไปในลำห้วยรู้สึกใจหายแว๊บ…แต่เห็นภาพสมาชิกกำลังคานออกจากรถ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ทุกคนจึงรู้สึกโล่งอกเป็นอย่างมาก จากนั้นต่างคนก็มารุมช่วยกันกู้รถที่พลิกคว่ำ การกู้ในลักษณะหงายท้องครั้งนี้ แต่ปัญหาก็คือ เราต้องขัยอาสานำรถของสมาชิกขับลงไปในเหวก่อน เพื่อดึงรถให้กลับมาตั้งหลักได้ก่อน จากนั้นจึงจะวินช์ขึ้นมาได้

ถึงตอนนี้ไม่มีรถคันไหนที่จะเหมาะเท่าเจ้าจี๊บหน้ากบของอาจารย์จิอู๋ เพราะทั้งช่วงล่าง 4link คาน 78 ขุมพลัง KZ-TE ได้ไต่ปีนหินลัดเลาะป่าต้นไคร้ในกลางลำห้วยพวกเราต่างช่วยกันคนละไม้ละมือแก้ไขก่อนที่จะมืดค่ำเพราะตอนนี้เวลาล่วงเลยมาพอสมควร ไม่นานช่างเอกสามารถแก้ไขให้รถเครื่องยนต์ติดและระบบช่วงล่างก็เอาแบบพอให้ออกจากตรงบริเวณนั้นให้ได้ก่อน และวิ่งออกมาบนถนนหลักได้ ไม่นานสมาชิกกลุ่มเอก4×4ได้บอกทางเสี่ยโด่แก่งเสือเต้นที่เกาะตามหลังมาให้เดินหน้าต่อไป เพราะทางกลุ่มเอกขอช่วยกันประคองรถคันนี้ไปยังอู่ให้สำเร็จก่อน และขอตัวกลับก่อน

ทางเสี่ยโด่หันมาถามผมเอายังไงกันต่อดี จะเดินหน้าหรือหันหลังกลับ ผมเองบอกว่าตอนนี้มีสมาชิกกลุ่มดอยคำตามหลังเรามาอีก 3 คันและรถจี๊บคันเก่งของอาจารย์จิอู๋จะไปกับเราด้วย ระยะทางเหลือประมาณ 4 กิโลเมตร ถ้าใช้ความรอบคอบและระมัดระวัง ผมว่าคงไม่ยากที่เราจะทะลุเส้นทางเส้นนี้

สรุปว่าเรายังคงเดินหน้าต่อ ขั่วไม่นานกี่อึดใจเดียวเราก็ถึงเนินกอไผ่ ลักษณะเป็นอุโมงค์ร่องบังคับเนินนี้ขณะถือว่าลำบากมาก เพราะยางลายตะขาบของ SIMEX ขนาด 35 นิ้ว ยังติดใต้ท้อง กว่าจะรถแต่ละคันจะผ่านเนินนี้ทั้งวินช์ทางปั่นกว่าจะผ่านได้แต่มีโตโยต้าม้ากระโดดคาน78 ปั่นสู้ เพราะเจ้าของบอกว่าขออีกเท็ค..ทำให้ราวเกียร์หลักขาดพังคาเนิน ปัญหาเกิดทันทีเพราะเวลาเริ่มมืดค่ำ อาจารย์จิอู๋หันหน้ามาถามผมอีกครั้งว่า จะเดินหน้าต่ออีกหรือเปล่า เพราะเส้นทางเหลือระยะทางเพียงแค่ประมาณ 3 กิโลเมตร จะจุดยากเพียง 2 จุดคือ เนินหินกับเนินมดง้าม ผมเลยไปบอกเสี่ยโด่ว่าให้เรารีบเดินหน้ากันต่อ เพราะทางอาจารย์จิอู๋กับสมาชิกดอยคำต้องกู้รถคันที่พังกลับทางเก่าก่อนที่จะมืดค่ำ หลังจากแยกกันเหลือรถสมาชิกเพียงแค่คันเดียว จะสู้หรือจะถอยรอคำตอบจากเจ้าของรถแกหันมาตอบว่า “อาจารย์ต้อมช่วยผมลากวินช์ด้วยนะ” “ไม่มีปัญหาครับถ้าใจถึงก็ไปถึง”

เราวิ่งเพียงแค่คันเดียว ใช้เวลาไม่นานก็ตามมาทันขบวนแรกของอังกรี้เบิร์ด เนินมดง้ามตรงนี้กำลังสร้างอุปสรรคให้กับชุดแรกของเรามาก เพราะร่องลึกตรงนี้เคยสร้างบาดแผลให้กับรถหลายคัน ทั้งเพลาขาดหน้า-หลัง รวมทั้งพลิกคว่ำ และกำลังช่วยกันกู้รถอยู่ ส่วนรถคันที่เพลาขาด ณ เนินมดง้ามรถสมาชิกในกลุ่มกำลังช่วยกันลากเพื่อขึ้นเนินยาวระยะ 800 เมตร และสูงชันมากงานนี้ต้องช่วยกันลากขึ้นเนินถึง 2 คันเพื่อขึ้นไปซ่อมตรง 3 แยกวัดหลวงขุนวิน ภารกิจงานนี้กุ้ง ไก่ป่า รับบทนายช่างซ่อมรถเสร็จเกือบเที่ยงคืน

ผมเองนั่งๆ นอนๆ รอสมาชิกแก่งเสือเต้นที่วิ่งอ้อมมาอีกทางเพื่อหาลานกางเต็นท์ ซึ่งตอนนี้มืดค่ำพอสมควร เมื่อสมาชิกมาครบเราออกเดินทางต่อ แต่ขับกันมาได้ไม่นานก็เจอกับรถของต่าย ประธานชมรมจี๊ปคลับ พลิกคว่ำโชคยังดีที่คนไม่เป็นอะไร พวกเราจึงได้ช่วยกันแก้ไขปัญหา และติดต่อเพื่อนสมาชิกกลุ่มเอก 4×4 ที่ขึ้นมาสมทบโดยใช้อีกเส้นทางหนึ่งช่วยกู้รถที่พลิกคว่ำอีกคัน กว่าจะเสร็จเกือบเที่ยงคืน

นี่แหละครับเส้นทางที่ผมว่า ท่าธารยิ่งมืดยิ่งอันตรายซ้ายเหวขวาผา การจะเดินทางในยามคำคืนนั้นแสนอันตรายจึงขอฝากไว้….ด้วยนะครับ และสุดท้ายหลังจากท่องเที่ยวออฟโรดอย่างได้อรรถรสแล้ว อย่าลืมแวะไปไหว้พระขอศีลขอพร ที่วัดหลวงขุนวินที่อยู่ใกล้ๆ กันด้วยนะครับ…เพื่อความเป็นศิริมงคลของท่านเอง

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.