จากเมืองสู่ป่า จากขุนเขาสู่ทะเล มิตรภาพออฟโรดสองฝั่งทะเล

เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางกลุ่มคนออฟโรดจังหวัดสงขลา ที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันประกอบด้วย คุดุมออฟโรด มีสมาชิกอยู่ อ.นาทวี อ.เทพา และอ.จะนะ รวมทั้งชมรมสมิหลาออฟโรดซึ่งอยู่ อ.นาทวี ชมรมบินหลาดงออฟโรด อยู่ อ.หาดใหญ่  อ.บางกล่ำ อ.รัตภูมิ และ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นพันธมิตรที่ร่วมกิจกรรมกันมาอย่างเหนียวแน่น โดยกิจกรรมส่วนใหญ่เน้นไปในรูปแบบการฝึกฝนทักษะการขับขี่รถยนต์ออฟโรด  การเที่ยวป่า ตลอดไปจนถึงการแข่งขันบ้างเล็กน้อย  

แต่ส่วนใหญ่กิจกรรมเหล่านั้น มักจะทำอยู่ในพื้นที่ จ.สงขลา รวมทั้ง จ.สตูล บ้าง แต่ไม่บ่อยนัก กระทั่งวันหนึ่งพวกเราได้มีการหารือกันว่า น่าจะหาสถานที่ท่องเที่ยวป่าทางจังหวัดอื่นที่มีสมาชิกออฟโรดอยู่ในพื้นที่บ้าง เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับชมรมอื่นๆ และผลสืบเนื่องจากงาน NAS Challenge 2014 ที่สมาชิกในกลุ่มได้ไปร่วมแข่งขันไปชมไปเชียร์ แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ได้ไปร่วมในกิจกรรมดังกล่าว แต่อยากไปเที่ยวเมืองหมูย่าง ทำให้หลายๆ คนเสนอว่าอยากไปเที่ยวป่าเมืองตรังอีกครั้ง เมื่อทุกคนต่างเห็นดีด้วย

ผมจึงทำหน้าที่ในการประสานงานกับเพื่อนฝูงในจ.ตรัง เพราะเคยอยู่เมืองตรังมานานหลายปี ทำให้คุ้นชินกับชมรมบูมเมอแรงออฟโรดทีม เป็นอย่างดี ไม่รอช้าผมรีบติดต่อไปยัง สากล (สากลศูนย์ล้อ) รวมทั้ง โกตุก  ช้างชัก หรือ ศักดิ์ ชำนาญ ทางโทรศัพท์บ้างทางไลน์บ้างหลายครั้ง เพื่อให้ทางทีมงานของบูมเมอแรง ได้หาสถานที่และกำหนดเรื่องวันเวลา รวมทั้งประสานงานกับ โกหย่ง หรือ หย่ง ตันอาวัชรการ ประธานบูมเมอแรงคนปัจจุบัน จนได้วันเวลาที่ชัดเจนคือ วันที่ 6- 8 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมานี่เอง

หลังจากการประสานงานกันมีความชัดเจนแล้ว ก็ได้แจ้งข่าวสารให้กลุ่มผู้สนใจที่จะร่วมทริปนี้ ได้แก่ทีมงานบินหลาดงออฟโรดและสมิหลาออฟโรด เพื่อเตรียมรถเตรียมคนวางแผนการเดินทาง ให้มีความพร้อม

ครั้นถึงวัน เวลา เดินทาง พวกเราทั้งหมดก็เดินทางมารวมตัวกันที่วิทยาลัยการอาชีพนาทวีเป็นหลัก ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปสมทบกับขบวนรถอีกชุดหนึ่งที่รออยู่ร้านธนกรการช่าง (ช่างเจษ) กลายเป็นขบวนใหญ่ขึ้นมาทันที นี่แค่สมิหลาออฟโรดและคุดุมออฟโรดเท่านั้น ยังไม่รวมทีมงานบินหลาดงออฟโรดซึ่งคอยอยู่ที่ อ.รัตภูมิ  เราออกเดินทางในช่วงเย็นของวันศุกร์ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ามีการเตรียมพร้อมกันเต็มที่ ทั้งรถและคน แต่ก็เกิดปัญหาจนได้ เมื่อรถของ เฉลิม  บินหลาดง น็อตล้อหลังด้านขวาขาดหมดล้อหลุดก่อนขึ้นควนหินแท่นอ.ป่าบอน ของเขต จ.พัทลุง

เราทั้งหมดจึงหยุดรอและช่วยกันแก้ปัญหาเกี่ยวกับรถ โดยเอกเป็นผู้นำอะไหล่ที่เสียหายมาให้ หลังจากแก้ปัญหาเสร็จก็เดินทางต่อมาตามเส้นทาง ป่าบอน – พัทลุง  จนถึง จ.ตรัง เมื่อเวลาประมาณ  22 นาฬิกา  โดยมีโกตุกมารอรับแถวหน้าโรงแรมเรือรัษฎา  จัดการทานอาหารค่ำที่ร้านข้าวต้มแถวนั้น (มาตรังไม่ต้องกลัวอด ของกินมีตลอดเวลา หากินง่าย) เมื่ออิ่มท้องต้องหาที่พัก โกตุกคนเดิมช่วยประสานงานหาให้ได้ที่ใกล้ๆ จอดรถสะดวกเข้า-ออกง่าย สะดวกสบาย

เช้าวันใหม่ หลังตื่นนอนและภารกิจส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย เราก็ตั้งขบวนออกเดินทางจากที่พักไปหาอาหารเช้าในตัวเมือง แน่นนอว่า มาเมืองตรัง หากไม่ทานคงกาแฟ หมูย่าง รวมทั้งติ่มซำ เขาว่าเหมือนมาไม่ถึงตรัง ยิ่งเจ้าบ้านรับอาสาเป็นไกด์พามาทานเองอย่างนี้ รับรองว่าต้องเป็นอาหารมื้อเด็ดอีกมื้อหนึ่งแน่นอน

หลังพิรี้พิไรในการทานอาหารเช้า พร้อมพูดคุยกับเข้าบ้านอย่างออกรสแล้ว สมาชิกส่วนหนึ่งก็ทยอยไปจัดเตรียมซื้อเสบียงอาหารที่ตลาดนัดแหลมสอม รวมทั้งข้าวห่อสำหรับมื้อเที่ยง พร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น จากนั้นขบวนทั้งหมด มุ่งหน้าสู่น้ำตกโตนตกชมความงามของน้ำตก ปล่อยให้เด็กๆได้เล่นน้ำตก ส่วนสมาชิกขาลุยที่นำรถเที่ยวป่าคันเก่งลากมาด้วย ก็จัดแจงปล่อยม้าศึกลงจากแพลากรถ เตรียมพร้อมยืดเส้นยืดสายในเส้นทางออฟโรด ที่ทางชมรมบูมเมอแรงออฟโรด ทีม จัดเตรียมเอาไว้ให้

หลังจากทานข้าวเที่ยง เล่นน้ำ ชมความสวยงามของธรรมชาติ ที่มีอยู่มากมายในแถบนั้นจนหนำใจแล้ว  ก็ออกเดินทางจากน้ำตกโตนเต๊ะ ซึ่งเส้นทางนี้บอกได้เลยว่าเป็นเส้นทางสั้นๆ ไม่กี่กิโลเมตร แต่ได้ใจความและครบเครื่องของความเป็นเส้นทางออฟโรดจริงๆ เพราะขบวนรถทั้งหมดต้องขับทวนกระแสน้ำ ทั้งตื้นสลับลึก รวมทั้งบางช่วงกระแสน้ำก็ไหลแรง โดยที่พื้นล่างเป็นหินกรวดรวมทั้งทราย ที่พร้อมจะดูดรถให้นิ่งสนิทอยู่กับที่ หากว่าใช้เกียร์และรอบเครื่องยนต์ไม่สัมพันธ์กัน ปั่นแรงเกินก็มีโอกาสที่รถจมติดหล่ม เดินรอบเบาเกินไปก็สู้กับหินและทรายด้านล่าง รวมทั้งกระแสน้ำที่ไหลแรงกลายเป็นแรงต้าน งานนี้ต้องใช้ทักษะและฝีมือจริงๆ

บางช่วงน้ำค่อนข้างลึก ก็ต้องขับตัดขึ้นฝั่งที่ค่อนข้างลาดชัน และเป็นดินทราย นั่นทำให้รถหลายๆ คันต้องงัดวินช์มาใช้กันเป็นแถว

เมื่อสนุกสนานกันพอสมควรแล้ว กับการใช้เวลาไปหลายชั่วโมงในเส้นทางนี้ และทำการตรวจเช็คสภาพรถกันเล็กน้อย เราก็ออกเดินทางต่อไปยังเป้าหมายต่อไป ซึ่งเป็นที่พักแรมของคณะทั้งหมดในคืนนี้ นั่นก็คือ คลองตง  โดยทางชมรมบูมเมอแรงออฟโรด ทีม พาออกมาทางลัดตัดออกมาทางลาดยางสลับลูกรัง เส้นทาง

ค่อนข้างลำบากสักหน่อย แต่ขอบอก  ถูกใจครับ…

การเดินทางในช่วงนี้ใช้เวลามากไปหน่อย  เนื่องจากขบวนรถที่มีจำนวนหลายคัน เกิดการขาดตอน โทรศัพท์ติดต่อกันไม่ได้ไม่มีสัญญาณ  รถของสมัครเพิ่งวางเครื่องมาใหม่ วาล์วน้ำมีปัญหาต้องใช้เวลาแก้ไขอยู่พักใหญ่ จึงเดินทางกันต่อมาถึงจุดหมายก็เป็นเวลาพลบค่ำพอดี

เราแบ่งกองกำลังจัดสรรหน้าที่ ทำอาหาร ที่พักสำรวจเส้นทางที่อาบน้ำ เลือกทำเลในหุบเขาเป็นที่พัก เมื่อทุกอย่างพร้อม วงสนทนาและการสังสรรค์ก็เริ่มต้น ท่ามกลางสุราน้ำใจ การพบปะพูดคุยเริ่มขึ้น  เครื่องดื่มก็เริ่มทำหน้าที่ในการประสานสัมพันธ์  รถ ที่เที่ยว กิจกรรม สมาชิก อนาคต เรื่องเก่า เพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ได้พบ  มิตรภาพ คำสัญญา สัพเพเหระเรื่องราว เกิดขึ้นที่นั่น

ตื่นเช้าขึ้นมาจัดการภารกิจส่วนตัว กินอาหารเช้า เก็บที่พักเคลียร์สถานที่เก็บข้าวของเรียบร้อย ก็ออกเดินทางสู่ทะเลหาดสำราญ เพื่อชมความงดงามของทะเลตรัง พร้อมกับทานอาหารเที่ยงกันที่นั่น ขอบอกต่อเลยครับว่า อาหารทะเลที่นี่สดและอร่อยมาก สนับสนุนโดยชมรมบูมเมอแรงออฟโรดทีมเจ้าบ้าน

จากฝั่งทะเลอ่าวไทย ไปยังอีกฝั่งของท้องทะเลอันดามัน จากเมืองสู่ป่า จากขุนเขาสู่ทะเล กลายเป็นมิตรภาพออฟโรดสองฝั่งทะเล  ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับพวกเราทุกคน  และถ้าหากชมรมบูมเมอแรงออฟโรด ทีม หรือเพื่อนๆ ชมรมออฟโรดทั่วเมืองไทย มีโอกาสมาเยือนฝั่งอ่าวไทย  พวกเราทุกคนยินดีต้อนรับด้วยความจริงใจ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณชมรมบูมเมอแรงออฟโรด ทีม  ทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันสร้างความรู้สึกดีๆ และฝากร่องรอยความประทับใจ กับการต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.