คังติ้ง-มู่เก๋อโช่ว….อุทยานฯ จีน

ในบ้านเรานั้นเราจะคุ้นเคยกับอุทยานแห่งชาติ  ที่มีรูปแบบการจัดการที่เราเห็นๆ กันอยู่ ถ้ารูปแบบเป็นแพทเทิร์นเลยก็คือ พอเข้าไปถึงประตูทางเข้า ก็จะเป็นด่านตรวจ เสียค่าธรรมเนียม  แล้วก็เข้าไปในเขตอุทยานฯ ซึ่งก็มักจะมีแหล่งท่องเที่ยวอะไรดังๆ ของเขาสักอย่าง  น้ำตก จุดชมวิว อะไรก็ว่าไป  แล้วก็มักจะมีบ้านพัก  มีที่กางเต็นท์ มีร้านอาหาร ฯลฯ อะไรทำนองนี้   แล้วรอบๆ ก็จะมีหน่วยพิทักษ์อุทยานฯคอยทำหน้าที่ป้องกัน ดูแล บางทีก็อยู่ตามจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในอุทยานฯด้วย  แต่สำหรับประเทศจีน   อุทยานฯเขาไม่ได้เป็นแบบนั้น

คือ ผมไม่แน่ใจว่าระบบจัดการอุทยานฯ ที่จีนเป็นแบบไหน  และไม่รู้ว่าความหมายของเขาจะเป็น National Park เหมือนบ้านเราหรือเปล่า อย่างผมไปจิวจ่ายโกว มันกว้างมาก ซ้ำมีหมู่บ้าน มีวัด อยู่ข้างในด้วย หรือจะเป็นอย่างสี่ดรุณี ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอุทยานแห่งชาติไหม หรือ เป็นแค่แหล่งท่องเที่ยวที่จัดการคล้ายอุทยานแห่งชาติ  แต่คราวนี้ผมจะพาไปดูที่เขาว่าเป็นอุทยานฯ มู่เก๋อโช่ว เมืองคังติ้ง มลฑลเสฉวน

จริงๆ เส้นทางนี้เป็นวงรอบการท่องเที่ยวที่สวยงามมาก แต่เดินทางค่อนข้างหลายวัน แต่ทิวทัศน์ที่สวย ชนิดที่ว่าแค่ขับรถผ่านแล้วแวะถ่ายรูประหว่างทางก็สวยแล้ว  เส้นทางนี้มักจะเริ่มจากเฉิงตู ไปหย่าอาน   ดูธารน้ำแข็งไห่โหลวโกว  แล้วดูสะพานหลูติ้ง เข้าเมืองคังติ้ง เที่ยวอุทยานมู่เก๋อโช่ว  เข้าเมืองหลี่ถัง เข้าเต้าเฉิง เข้าอุทยานฯย่าติง  แล้วเข้าเมืองถากง เข้าเฉิงตู นี่ว่ากันคร่าว ซึ่งทั้งหลายแหล่เหล่านี้ เดี๋ยวค่อยทยอยเอามาเล่าสู่กันฟัง เพราะผมติดใจทิวทัศน์ เส้นทางเดิมนี้ผมไปมาแล้ว 2 ครั้ง โดยใช้บริการของ ไอดีลทัวร์ ทัวร์เล็กๆ แต่บริการดีชะมัด ชำนาญทางสายนี้ และอัธยาศัยดี นี่โฆษณาให้ฟรี  สนใจลองโทรไปถามที่  090- 969-2824 บอกว่าผมแนะนำมาก็ได้ครับ น่าจะคุยกันง่ายขึ้น

เมืองคังติ้งนี่เป็นเมืองระหว่างทางที่มาจากหย่าอัน แล้วจะเข้าหลี่ถัง ก็ตามฟอร์มของเมืองในย่านนี้ของเสฉวน คือ เมืองจะตั้งในที่ราบเล็กๆ ที่พอมี ระหว่างหุบเขาสูงชัน มีลำธารน้ำไหลผ่าน แล้วลำธารน้ำเหล่านี้ เกือบ 100 %  น้ำมาจากหิมะ ความที่อยู่ในซอกเขา พื้นที่ต่างระดับมาก น้ำเลยไหลแรง บรรดาบ้านเรือนก็มักตั้งอยู่สองฟากฝั่งของแม่น้ำ ผมไปถึงเมืองนี้นะมืดแล้วเลยไม่เห็นอะไร แต่พอเช้าขึ้นมาจึงได้ออกสำรวจเมืองหุบเขาแห่งนี้

ผมเดินทางในเดือนมกราคมปรากฏว่าหนาวครับ มีหิมะตกระหว่างทาง ตกลงมาเป็นฝอยๆ เลย เช้าตื่นขึ้นมาพอออกมานอกโรงแรมจึงได้รู้ว่าโรงแรมนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ อีกฝั่งเป็นโรงแรมเหมือนกัน แต่หลังโรงแรมคือ ภูเขาสูงชันหญ้าเขียว และมีหิมะคลุมยอดจนดูขาวไปหมด เดินสำรวจเมืองเล็กๆ ที่ตั้งยาวไปตามซอกเขานี้ ก็เห็นว่าเมืองไม่แออัดนัก ช่วงเช้าร้านรวงยังไม่ค่อยเปิด  เห็นชาวบ้านเดินไปทิศทางเดียวหลายๆ คน  นึกว่าเขาไปตลาดแน่ๆ เลยเดินตามไป  หนอย….ไปเข้าห้องน้ำสาธารณะซะงั้น เสียตังส์ด้วยนะครับ มีผ้าม่านบังด้านหน้า กลิ่นนี่ใช้ได้เลย เข้าไปเขาก็แยกชาย-หญิง เลี้ยวเข้าฝั่งชาย โอ้โฮ..นั่งยองๆ คร่อมรางกันสลอน ไม่มีอะไรบังหรอก ดีกว่าอินเดียตรงที่อินเดียถ่ายแบบนี้กลางแจ้ง ส่วนที่คังติ้ง มีห้องปิดบังสายตาจากภายนอก…ทนกลิ่นได้ไม่นานต้องออกมา  เห็นร้านขายเนยที่ทำจากจามรี  (ไม่แน่ใจว่าทำจากส่วนไหน) แถบนี้มักนิยมเอาเนยมาชงรวมกับชาดื่มกัน จึงเห็นเนยที่อยู่ในกระเพาะ(หรือไส้) ใครซื้อเท่าไหร่ก็ตัดไปชั่งกิโล ไม่ต้องใส่ตู้เย็น เพราะเมืองทั้งเมืองเย็นไปด้วยหิมะล้อม

ทั้งเมืองคังติ้งก็มีแค่นี้  ส่วนอุทยานฯมู่เก๋อโช่วนั้นต้องนั่งรถออกไปนอกเมืองน่าจะราวๆ 20 กม. รถค่อยๆ แล่นไปตามซอกเขา ขึ้นไปเรื่อยๆ ยิ่งสูงขึ้นไป พอมองกลับลงมาที่คังติ้ง ก็จะเห็นภูเขาที่ยอดคลุมด้วยหิมะสวยงามมาก ภูเขาเด่นเป็นลูกๆ ชัดเจน ของเขาไม่มีสลับซับซ้อนแบบบ้านเรา  ระหว่างทางจะเป็นชนบท มีบ้านที่ผนังก่อจากหินเอามาเรียงๆกัน หน้าต่างแทบไม่มี เพราะอยู่ย่านหนาว ลมไม่ต้องเข้ามา ปลูกมันเทศข้างบ้าน หลังคาเอย ต้นไม้ระหว่างทางเอย หิมะปกคลุมหนาไปหมด กระนั้นม้าพื้นเมืองตัวเล็กๆ ก็ยืนเล็มหญ้าโดยไม่สะทกสะท้าน

พอไปถึงด่านตรวจ ก็ตองลงไปเสียค่าธรรมเนียม แล้วต้องถ่ายจากรถบัสขนาด 25 ที่นั่ง มาเป็นรถกะป้อแบบบ้านเรา แต่มันดันใส่โซ่คลุมล้อด้วย  ผมก็ไม่มั่นใจว่ารถกะป๊อมันจะมีแรงขับขึ้นภูเขาสูงได้ยังไง ไอ้ใช้โซ่นะรู้แหละว่ามันลื่นหิมะ แต่ในเมื่อเขาว่าได้ก็ต้องได้

ทางแล่นเลียบขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ทางเป็นทางเล็กๆ เลียบไปกับลำธารที่เป็นน้ำที่ละลายมาจากหิมะ สองข้างทางเป็นต้นสน  คล้ายๆ ต้นคริสมาสต์ ที่ขึ้นห่างๆกัน เต็มพรืดไปหมด ทุกต้นมีหิมะคลุมซะหนาดูขาวโพลนไปทั้งเขา พื้นดินเป็นหินก้อนใหญ่ๆ  ดูแล้วไม่น่าเป็นป่าต้นน้ำ  แต่ก็เห็นต้นกุหลาบป่าออกดอกสีชมพูสวยขึ้นซะแซมระหว่างทาง  รถกะป๊อคันเล็กแล่นขึ้นภูเขาคดโค้งไป-มา สักพักหนึ่ง ก็พาเราขึ้นมาจนถึงพื้นราบด้านบน ขึ้นมาจนถึงจุดสูงสุดของอุทยานเขาจนได้

พอลงจากรถ ตาก็กวาดมองหาศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เพื่อจะดูแผนที่ แผนผังแหล่งท่องเที่ยวบนนี้ซะหน่อย(แม้จะเขียนเป็นภาษาจีนอย่างเดียวก็ตาม) ปรากฏว่าไม่มี ไม่มีทั้งศูนย์บริการและไม่มีทั้งที่ทำการอุทยานฯ เห็นแต่เพียงกระท่อม 2-3 หลัง ทำจากไม้เป็นท่อนๆ  เอามาต่อๆกันเป็นกล่อง มีประตูทางเข้า แต่เอาผ้าบังไว้ ด้านหน้ามีคนมาตั้งเตาเหมือนเตาปิ้งลูกชิ้นบ้านเรา ย่างเนื้ออะไรสักอย่าง  ที่ว่านี้ อยู่ในบรรยากาศที่มองไปทางไหน ก็ขาวโพลนทั้งหมด บรรยากาศทึมๆ ด้วยไอละอองน้ำ หลังคากระต๊อบมีหิมะหนาเกือบ 1 ฟุตคลุมอยู่ รถที่จอดบนนั้นเมื่อคืนถูกคลุมด้วยหิมะจนหนาเตอะ

บนนั้นมีทะเลสาบบนหุบเขา เสียดายที่ผมลืมชื่อซะแล้ว เป็นทะเลสาบไม่กว้างนัก  ตลิ่งริมน้ำ ไม่ว่าจะเป็นก้อนหิน ต้นไม้  ถูกหิมะคลุมจนขาว ถ้าดูจากสภาพป่าแล้ว ป่าที่ห่างๆ กันแบบนี้ ดินที่เป็นหินเป็นกรวดแบบนี้ ไม่มีทางที่จะเป็นป่าต้นน้ำได้เลย  น้ำที่ไหลลงมารวมเป็นทะเลสาบและที่ไหลลงไปในเมืองคังติ้ง  ทั้งหมดจึงมาจากหิมะละลายทั้งนั้น

บรรยากาศทั่วไปของมู่เขอโชว่ก็มีเพียงเท่านี้ แต่ก็สวยและแปลกตาเพราะบ้านเราไม่มีลักษณะแบบนี้   อีกทั้งนี่ ก็เป็นรูปแบบที่เขาเรียกว่าอุทยานฯของจีน บ้านเราป่าไม้สวย บ้านเขาก็สวยไปอีกแบบ  แต่ถ้าเลือกได้ ก็ขอเลือกบรรยากาศแบบบ้านเราดีกว่า   แม้จะไม่มีหิมะตกเหมือนเขา แต่รับรอง ส้วมสาธารณะเราไม่เหม็นเท่าเขาแน่  ผมยืนยัน…

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.