การตรวจสอบดูท่อยางหม้อนํ้า

เมื่อรถติดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน นั่นแปลว่าเครื่องยนต์ทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา โดยมีปัจจัยของ  เรื่องการระบายอากาศหรือการระบายความร้อนออกจากเครื่องยนต์ ออกจากห้องเครื่องยนต์ เข้ามาเป็นส่วน  สำคัญที่เป็นตัวสะสมความร้อน ซึ่งจะทำให้ชิ้นส่วนหลายอย่างในเครื่องยนต์เสื่อมลง

ช่วงเดือนก่อนหน้านี้ อยู่ดีๆ อากาศก็หนาว อุณหภูมิลดลงหลายองศา ทำให้เกิดการปรับตัวไม่ทัน อย่า  ว่าแต่คนเลยแม้แต่รถก็เช่นกัน มันเป็นเหมือนกับการหลอกล่อของธรรมชาติ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพคนและ  สุขภาพรถจะเรียกว่าแบบนั้นคงจะไม่ผิด เพราะเมื่ออุณหภูมิเริ่มกลับสู่สภาพอากาศร้อนเหมือนเดิม รถที่มี  อาการเสื่อมแฝงอยู่ เกิดการจอดเสียและหมดความอดทนที่จะรับใช้เจ้านายต่อไป “เพราะอะไรล่ะ?” ก็เพราะ เราไม่ได้บำรุงรักษามันไว้ แถมปัจจัยการใช้งานที่ว่ามามันทำให้ อายุการใช้งานลดลง

2-252

Q:พบเห็นท่อยางเดินน้ำหล่อเย็นแข็ง กรอบ ลองใช้มือบีบดู เหมือนมันจะแตก รถเพิ่งใช้งานมายังไม่ถึงแสนกิโลเมตรเลย ควรทำอย่างไรดี…?

นั่นแหละคือที่มา จากข้อมูลที่เราเกริ่นไว้ ว่ารถที่ใช้งานในเมืองต้องพบเจอกับการจราจรที่ติดขัด ความร้อนสะสมมากและต่อเนื่องยาวนาน แม้กระทั่งยามที่จอดพักบางครั้งก็จอดในที่อับอากาศอีกทำให้ความร้อนตัวนี้ระบายออกได้ช้า ความร้อนมีผลต่อวัสดุที่เป็นพลาสติก เป็นยางแล้วพวกท่อน้ำหล่อเย็นที่เป็นทางเดินของน้ำหล่อเย็นที่นำพาอุณหภูมิสูงออกมาด้วย ย่อมที่จะต้องแข็งและแห้งแตกได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ตามปกติมันจะมีกำหนดของมันเอาไว้ว่า จุดที่ต้องทำการเปลี่ยนอุปกรณ์สิ้นเปลืองทดแทนพวกนี้ อย่างแน่นอน แต่เพราะในการใช้งานจริงมันมีอุณหภูมิสะสมสูง ทำให้มันเสื่อมเร็วกว่ากำหนด เราจึงควรตัดใจวางกำหนดเสียเงินเพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์พวกนี้ให้รวดเร็วขึ้นประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ อันนี้ปลอดภัยสุดรับรองว่าไม่ต้องไปเปิดฝากระโปรงโชว์พ่นไอน้ำข้างถนนแน่นอนสำหรับเรื่องท่อยางน้ำหล่อเย็น

แต่ถ้าเราพอมีความเข้าใจและหมั่นเปิดฝากระโปรงตรวจสอบลักษณะทางกายภาพของท่อยาง เข็มขัดรัดท่อและลักษณะของท่อที่มันจะผิดรูปไป ได้สม่ำเสมอก็เลือนการเปลี่ยนอุปกรณ์ออกไปให้ใกล้กับกำหนดที่เขาวางไว้ได้ แต่อย่างไรไม่ควรเกิน 80 เปอร์เซ็นต์ของระยะเวลากำหนดเต็ม เพื่อความชัวร์

3-252

Q:ถ้าจะเปลี่ยนท่อยางหรือพวกท่อทางเดินน้ำ ด้วยตัวเองนี้จะดีหรือไม่ มีอะไรที่ควรคำนึงถึงบ้าง…?

ในส่วนของการเปลี่ยนท่อยางหรือท่อทางเดินน้ำหล่อเย็นด้วยตัวเอง สามารถที่จะทำได้และก็ในเมื่อจะทำแล้วก็ควรทำให้ดี มันอยู่ที่การลงทุนของการเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ และตัวช่วยที่ต้องมี อย่างแรกเลยก็คือเครื่องมืออุปกรณ์ช่าง ถ้าออกตัวอยากเปลี่ยนเองแน่นอนต้องพอมีเครื่องมือติดรถติดบ้านอยู่บ้าง แต่มันก็ใช้ไม่กี่อย่าง ขอแนะนำให้ใช้เครื่องมือของดีสักหน่อย มันจะทำให้ทำงานง่าย อุปกรณ์ต่างๆจะไม่เสียหายเช่นพวกปากเข็มขัดรัดจะได้ไม่เยินและขันได้ถนัดมือ

ก่อนที่จะไปหาชิ้นส่วนที่ต้องการมาเพื่อเปลี่ยน ควรถอดของเก่าออกมาให้เรียบร้อย ถ้าถอดออกแล้ว อล่างฉาง มันน่าเบิร์นไปทุกสัดส่วน คือหมายถึงทุกอย่างอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างปกติก็ว่ากันไปในขั้นต่อไป ตรงนี้อะไรคือค่อนข้างปกติ นั่นก็คือสภาพของน้ำหล่อเย็นเป็นอย่างไร มีอะไรผสมออกมาด้วยหรือไม่ ถ้ามันมีก็ต้องดูว่ามันคืออะไร ถ้าเป็นคราบสนิมปะปนแต่ไม่มากก็ถือว่าปกติ อาจเป็นเพราะพวกสารหล่อเย็นเสื่อมสภาพพอดี แต่ถ้าออกมาเป็นเกร็ด มีเนื้อโลหะผสมตรงนี้อาจจะต้องบานปลายแล้ว ถ้าไม่ไหวก็ใส่กลับเติมน้ำไปหาหมอใหญ่

แต่ถ้าไหวไม่มีไรน่ากลัวก็เดินตามรอยนายช่างกันต่อไป ถอดออกมาให้หมดท่อยางข้อต่อมีกี่ตัว เข็มขัดรัด ใส่ถุงแล้วเดินทางไปหาซื้อของในรุ่นเดียวกันมาเพื่อใส่ทดแทน ในตอนที่ไปซื้อของถ้าอยากเพิ่มงานก็หาพวกน้ำยาล้างหม้อน้ำติดมือมา ถ้าเงินเหลือเปลี่ยนเข็มขัดรัดใหม่หมดเลยก็ได้ถ้าไหว ถ้ายังไหวต่ออีกก็ติดกระดาษทรายละเอียด หรือพวกน้ำยากันรั่วติดมาด้วย

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือเรื่องของการใส่ท่อเข้ากับปากทางเดินน้ำ ต้องทำอย่างระมัดระวัง อย่าข่มขืนยัดพรวดพลาด อย่าพึ่งพาจารบีหรือสารหล่อลื่นที่มีส่วนผสมพวกน้ำมัน มันจะทำให้ยางเปื่อย ถ้าขยันก็ใช้กระดาษทรายทำความสะอาดคราบสิ่งสกปรกตามปากท่อออกไปสักหน่อย ถูเบามือหน่อยใจเย็นหน่อยจะได้ไม่บานปลาย การรัดท่อเข็มขัดก็ใช้แรงขันแต่พอประมาณ มากไปจะรูดเสียหายซะเปล่า เมื่อเปลี่ยนท่อทางเรียบร้อย เติมน้ำและสารหล่อเย็นป้องกันสนิมและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนในอัตราส่วนที่เหมาะสมของแต่ละชนิดเข้าไป ลองติดเครื่องยนต์ดูให้ดีมีรั่วไหม ไม่มีผ่านไปรอจนวาล์วน้ำเปิดน้ำเดินเต็มระบบดูระดับน้ำหล่อเย็นถ้าพร่องก็เติมให้เต็ม พอได้อยู่นะ

10-252

Q:จำเป็นที่จะต้องใช้น้ำยาหล่อเย็น ในระบบระบายความร้อนด้วยน้ำของรถยนต์หรือไม่…?

ถ้าเป็นรถที่เคยใช้อยู่ก่อน เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นตามกำหนด หรือเป็นงานต่อเนื่องอย่างเช่นการเปลี่ยนท่อทางเดินน้ำหรืออยากจะเปลี่ยนเฉยๆ เพราะเห็นว่ามันน่าจะดีกว่า ก็สามารถทำได้ ใช้ย่อมที่จะได้ประโยชน์ในส่วนที่มันให้ได้ แต่มันก็มีเรื่องที่ต้องคิด ต้องทำความเข้าใจกันเอาไว้ด้วย นั่นก็คือ ชนิดส่วนผสมของสารหล่อเย็นในน้ำยาและสัดส่วนต่างๆ ที่ใช้ในการผสม

แต่เดิมการใช้น้ำยาหล่อเย็นจะมาเป็นแบบแยกคือมาเป็นแบบเพียวๆ แล้วต้องมาทำการผสมเอาเอง ซึ่งการผสมในสัดส่วนที่กำหนดไว้ให้พอดีที่สุดจะเป็นการดี เพราะมันอาจจะมีผลต่อการทำงานทั้งเรื่องของการระบายความร้อนและลดการกัดกร่อนชิ้นส่วน ซึ่งการกัดกร่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะทำให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ โดยที่มันอาจจะมาจากส่วนผสมในสารหล่อเย็น ซึ่งมันมีหลายตัว บางตัวอาจจะไม่ถูกกับวัสดุชิ้นส่วนบางชิ้นทำให้เกิดการเสียหาย ตรงนี้มันก็มีสเป็คซึ่งคงไม่ใช่เรื่องยากสำรถที่มีการกำหนดให้ใช้ แต่รถที่ไม่ได้กำหนดไว้เฉพาะแต่อยากใช้ก็ต้องดูความเหมาะสม ถ้าไม่ได้ใช้มาก่อนเลย หมั่นล้างหม้อน้ำ ดูระดับน้ำ ดูการทำงานของตัวพัดลมให้ปกติมันก็เพียงพออยู่

แต่ในยุคนี้สารหล่อเย็นพวกนี้จะถูกผลิตมาให้ง่ายต่อการใช้งาน จะมีการผสมมาในอัตราส่วนที่พร้อมใช้งานคือสามารถน้ำมาเปลี่ยนเติมลงในระบบได้ทันที เป็นเพียงแต่ว่าเลือกใช้ให้ตรงรุ่น ตรงสเป็ค แค่นั้น

5-252

 Q:จะทำอย่างไรที่จะช่วยลดการสะสมอุณหภูมิความร้อนในห้องเครื่องยนต์ให้ลดหรือระบายออกไปได้เร็วขึ้นบ้าง…?

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือระบบระบายความร้อน พัดลม หม้อน้ำ ระดับน้ำ อะไรต่างๆ พวกนี้ต้องทำงานได้ปกติแล้ว พวกส่วนอื่นๆ ที่เราจะใช้เป็นวิชามารสำหรับการใช้รถของเราก็สามารถทำได้เพื่อลดการสะสมความร้อนในห้องเครื่องยนต์ นั่นก็คือต้องดูช่องทางเดินของลมออกจากห้องเครื่องซึ่งมันมักจะอยู่ในแนวของใต้บังโคลน แนวของกระจกด้านหน้าที่รถยนต์สมัยใหม่มักออกแบบไว้ ส่วนพวกรอยต่อระยะห่างต่างๆ แนวตัวถังขอบฝากระโปรงคงระบายออกได้ไม่มากเท่ากับช่องทางหลักเหล่านี้

อย่าให้มีการอุดตันขวางกันช่องทางเหล่านี้ เช่นพวกใบไม้ เศษฝุ่น สิ่งสกปรกทั้งหลายพวกที่ชอบจอดรถใต้ต้นไม้เป็นประจำ แล้วยิ่งถ้าเป็นต้นไม้ที่โรยใบ ดอกดวงร่วงมากๆ พวกนี้เข้าไปอุดได้เหมือนกัน

ในยามที่เจอสภาวะรถติดเป็นระยะเวลานาน รถขยับได้ไม่ไกลและบริเวณรอบข้างก็เป็นที่สะสมอุณหภูมิสูงเช่นกลางถนนแออัด ถ้าเราเปิดแง้มฝากรโปรงช่วยในการระบายอากาศได้ก็ทำ ถ้ามีเวลาเข้าพักรถให้ผ่อนคลายเข้าห้องน้ำดื่มอะไรเย็นๆ แต่อย่าเลยเถิดจนไม่สามารถขับรถต่อได้ พวกนี้ก็หาเวลาพักรถ แต่เมื่อพ้นจากการจราจรแออัดแล้วก็ลงมากดฝากระโปรงให้แน่นเพื่อใช้ความเร็วในการขับขี่ได้อย่างปลอดภัยต่อไป

ส่วนพวกที่ใช้งานประจำวัน หลังจากกลับบ้านหรือถึงที่พักแล้วก็เปิดฝากระโปรงระบายความร้อนบ้าง เผื่อตอนเช้าก่อนออกรถเดินทางไปจะได้มองๆ ดูสิ่งต่างๆ ในห้องเครื่องว่าเป็นอย่างไร อีกอย่างยังช่วยลดการเข้ามาของหนู สิ่งแปลกปลอมซึ่งอาจจะทำให้เสียหายได้อย่างมากเลยพวกนี้

ความร้อนสะสมในห้องเครื่องยนต์นั้นเราคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ แต่การช่วยให้มันไม่สะสมจนอุณหภูมิสูงมากและทำให้เกิดความเสื่อมสภาพต่อชิ้นส่วนอื่น อย่างรวดเร็วกว่ากำหนดมากเกินไป รวมถึงการบำรุงรักษาชิ้นส่วนท่อทางเดินน้ำพวกนี้อย่างสม่ำเสมอ คือสิ่งที่จะช่วยไม่ให้ต้องเสียเงินมากจากความเสียหาย ที่อาจจะเกิดขึ้นได้แบบไม่คาดฝัน และรวดเร็วอย่างไม่รู้ตัว

 

เรื่องโดย กองบรรณาธิการนิตยสารออฟโรด

ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ ในนิตยสารออฟโรด ฉบับที่ 252 เดือนเมษายน

0 Comments

Leave a Comment

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password